10 ข้อผิดพลาดตอนสมัครงานโรงแรมที่ทำให้ไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์
สาเหตุที่สมัครงานโรงแรมแล้วไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์ มักมาจากเรซูเม่ไม่ตรงตำแหน่ง ข้อมูลติดต่อผิด ประสบการณ์อธิบายไม่ชัด และการสมัครที่ไม่ทำตามเงื่อนไขของโรงแรม ผู้สมัครควรปรับเอกสารให้เหมาะกับแต่ละงาน ระบุทักษะภาษา กะงาน และพื้นที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตรวจทุกอย่างก่อนส่ง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สมัครงานโรงแรมแล้วไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์ คือส่งเรซูเม่แบบเดียวทุกตำแหน่ง ระบุประสบการณ์ไม่ตรงงาน ข้อมูลติดต่อไม่ครบ ไม่บอกทักษะภาษาและความพร้อมเรื่องกะ รวมถึงสมัครโดยไม่อ่านคุณสมบัติ ฝ่าย HR จึงประเมินไม่ได้ว่าผู้สมัครเหมาะกับโรงแรม ตำแหน่ง และพื้นที่หรือไม่ แม้เจ้าตัวอาจมีประสบการณ์เพียงพอก็ตาม
- ปรับเรซูเม่ให้ตรงกับตำแหน่งและแผนกที่สมัครทุกครั้ง
- ระบุหน้าที่ ผลงาน ทักษะภาษา ระบบโรงแรม และความพร้อมเข้ากะให้ชัด
- ตรวจเบอร์โทร อีเมล ไฟล์แนบ และชื่อโรงแรมก่อนส่ง
- สมัครตามช่องทางและรูปแบบที่ประกาศงานกำหนด
- ติดตามผลอย่างสุภาพ พร้อมรับสายและตอบข้อความจาก HR
1. ทำไมส่งเรซูเม่แบบเดียวทุกงานแล้ว HR ไม่เรียกสัมภาษณ์
เรซูเม่ฉบับเดียวมักไม่สามารถอธิบายความเหมาะสมกับทุกตำแหน่งได้ เพราะ Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering, HR และ Sales ใช้ทักษะคนละแบบ HR จึงอาจมองไม่เห็นทันทีว่าประสบการณ์ของผู้สมัครตอบโจทย์งานที่ประกาศอย่างไร
ตัวอย่างเช่น ผู้สมัคร Front Desk Agent ควรเน้นการต้อนรับ การรับจอง การเช็กอิน เช็กเอาต์ การรับชำระเงิน การแก้ปัญหาแขก และการใช้ Property Management System หากสมัคร Reservation Agent ควรขยับเรื่องการรับจองทางโทรศัพท์ อีเมล ช่องทางออนไลน์ การอัปเซล และการประสานงานกับ Front Office ขึ้นมาอยู่ด้านบน ส่วนผู้สมัคร Waiter หรือ Waitress ควรเน้นลำดับการบริการ ความรู้เมนู การรับออร์เดอร์ ระบบ POS และความพร้อมทำงานเป็นกะ
ปรับเรซูเม่อย่างไรให้ตรงประกาศงาน
- อ่านหน้าที่งานและคุณสมบัติทั้งหมดก่อนสมัคร
- เลือกประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดมาไว้ครึ่งบนของเรซูเม่
- ใช้ชื่อตำแหน่งและคำในสายงานให้ตรงกับประกาศโดยไม่กล่าวเกินจริง
- ตัดข้อมูลที่ไม่ช่วยให้ HR ตัดสินใจออก หรือย่อให้สั้นลง
- บันทึกไฟล์ใหม่โดยใส่ชื่อตำแหน่งและชื่อผู้สมัครให้ค้นหาได้ง่าย
ผู้สมัครสามารถดูหน้าที่และคุณสมบัติจาก ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย หลายประกาศเพื่อเทียบว่าตลาดต้องการทักษะใด แต่ไม่ควรคัดลอกข้อความในประกาศมาใส่โดยไม่มีประสบการณ์จริง
2. เขียนประสบการณ์ทำงานโรงแรมไม่ชัด ผิดตรงไหน
การระบุเพียงชื่อโรงแรม ชื่อตำแหน่ง และระยะเวลาทำงานยังไม่พอ HR ต้องเห็นว่าผู้สมัครรับผิดชอบอะไร เคยดูแลแขกแบบใด ใช้ระบบอะไร และพร้อมรับขอบเขตงานของตำแหน่งใหม่หรือไม่
คำกว้างอย่าง “ดูแลลูกค้า” หรือ “ทำงานในห้องอาหาร” ไม่ได้แสดงระดับความรับผิดชอบ ควรเขียนให้เห็นงานจริง เช่น รับเช็กอินและเช็กเอาต์ ประสานงานคำขอแขก ดูแลการจองโต๊ะ เตรียมห้องก่อนแขกเข้าพัก ตรวจมาตรฐานความสะอาด ปิดยอดแคชเชียร์ หรือช่วยควบคุมสต็อกวัตถุดิบ หากเคยรับมือกรุ๊ปประชุม งานแต่ง ลูกค้าระยะยาว หรือแขกต่างชาติ ก็ควรระบุอย่างกระชับ
| ข้อความที่กว้างเกินไป | ข้อความที่ช่วยให้ HR ประเมินได้ |
|---|---|
| ดูแลแขกหน้าเคาน์เตอร์ | รับเช็กอิน เช็กเอาต์ รับชำระเงิน และประสานงานคำขอแขกกับแผนกที่เกี่ยวข้อง |
| ทำงานห้องอาหาร | เตรียมพื้นที่ รับออร์เดอร์ เสิร์ฟอาหาร ใช้ระบบ POS และตรวจความเรียบร้อยก่อนปิดกะ |
| ดูแลห้องพัก | ทำความสะอาดห้องพัก เติมของใช้ รายงานของชำรุด และส่งสถานะห้องให้หัวหน้างาน |
| ช่วยงานครัว | เตรียมวัตถุดิบ ดูแลความสะอาดพื้นที่ และปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยของครัว |
อย่าใส่หน้าที่ที่ไม่เคยทำจริง เพราะหัวหน้าแผนกมักถามรายละเอียดระหว่างสัมภาษณ์ การเขียนตรงไปตรงมาช่วยให้โรงแรมเลือกตำแหน่งและระดับงานที่เหมาะกับคุณได้ดีกว่า
3. สมัครงานโรงแรมแต่ไม่ใส่ทักษะภาษา มีผลหรือไม่
มีผล โดยเฉพาะงานที่ติดต่อแขกโดยตรง เช่น Receptionist, Guest Relations Officer, Reservation Agent, Concierge, Sales Coordinator และพนักงานห้องอาหาร HR ต้องทราบว่าผู้สมัครใช้ภาษาในสถานการณ์ทำงานระดับใด ไม่ใช่เห็นเพียงคำว่า “ภาษาอังกฤษดี”
ควรอธิบายตามงานที่ทำได้จริง เช่น สนทนากับแขกเรื่องข้อมูลโรงแรม ตอบอีเมลการจอง รับโทรศัพท์ อธิบายเมนู หรือประสานงานเรื่องร้องเรียน หากมีภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย หรือภาษาอื่น ให้ระบุทักษะแยกเป็นฟัง พูด อ่าน และเขียนตามความจริง คะแนนสอบภาษาสามารถใส่ได้เมื่อยังเกี่ยวข้อง แต่ประสบการณ์ใช้ภาษากับแขกจริงมักช่วยให้หัวหน้าแผนกเห็นภาพมากกว่า
ความต้องการภาษาแตกต่างตามพื้นที่และประเภทโรงแรม โรงแรมย่านสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ อาจรับทั้งแขกธุรกิจและนักท่องเที่ยว โรงแรมป่าตองหรือกะรนในภูเก็ต รวมถึงสมุย กระบี่ และเขาหลัก อาจมีสัดส่วนแขกต่างชาติแตกต่างกันตามฤดูกาล ส่วนโรงแรมประชุมสัมมนาในพัทยาหรือหัวหินอาจให้ความสำคัญกับการประสานงานกรุ๊ปและการสื่อสารกับทีมภายในด้วย ผู้สมัครจึงควรอ่านลักษณะลูกค้าของโรงแรมก่อนเลือกทักษะภาษาไปนำเสนอ
4. ไม่ระบุความพร้อมทำงานเป็นกะ ทำให้พลาดงานโรงแรมหรือไม่
การไม่บอกความพร้อมเรื่องกะอาจทำให้ HR ชะลอการพิจารณา เพราะหลายตำแหน่งต้องทำงานเช้า บ่าย ดึก วันหยุด และวันนักขัตฤกษ์ ผู้สมัครควรระบุข้อจำกัดตามจริงเพื่อให้โรงแรมจัดคนได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
Front Office, Security และบางส่วนของ Engineering อาจมีงานตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ Housekeeping มักสัมพันธ์กับเวลาปล่อยห้องและจำนวนห้องเข้าออก ส่วน F&B และ Kitchen ขึ้นอยู่กับรอบอาหาร ห้องจัดเลี้ยง และอีเวนต์ โรงแรมเมืองที่มีลูกค้าธุรกิจอาจมีจังหวะงานต่างจากรีสอร์ตริมทะเล ซึ่งได้รับผลจากเที่ยวบิน วันหยุดยาว และ High season หรือ Low season
| ลักษณะงาน | เรื่องที่ควรแจ้งในใบสมัคร | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
| กะหมุนเวียน | ทำกะเช้า บ่าย หรือดึกได้หรือไม่ | ตรวจเวลาเดินทางและรถสาธารณะในแต่ละกะ |
| งานรีสอร์ต | พร้อมย้ายพื้นที่หรือพักหอพนักงานหรือไม่ | ถามเรื่องที่พัก อาหารพนักงาน และรถรับส่ง |
| งานจัดเลี้ยง | พร้อมทำงานตามตารางอีเวนต์หรือไม่ | เวลาเลิกอาจขึ้นอยู่กับงานและนโยบายโรงแรม |
| งานสำนักงาน | วันทำงานปกติและช่วงที่ยืดหยุ่นได้ | Sales และ HR อาจมีงานนอกสถานที่หรือกิจกรรมพนักงาน |
หากทำกะดึกไม่ได้ ไม่ควรปิดบัง ให้ระบุว่าเปิดรับกะใดและเริ่มงานได้เมื่อไร โรงแรมบางแห่งอาจมีตำแหน่งหรือรอบงานที่เหมาะกว่า ความชัดเจนช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธภายหลังจากผ่านหลายขั้นตอนแล้ว
5. ใช้รูปถ่ายและรูปแบบเรซูเม่ไม่เหมาะกับงานโรงแรมอย่างไร
เรซูเม่ที่อ่านยาก ไฟล์เปิดไม่ได้ หรือรูปถ่ายไม่เหมาะกับการสมัครงาน อาจทำให้ข้อมูลสำคัญถูกมองข้าม โรงแรมไม่ได้ต้องการงานออกแบบซับซ้อน แต่ต้องการเอกสารที่เป็นระเบียบ สุภาพ และค้นหาข้อมูลได้เร็ว
หากประกาศขอรูปถ่าย ควรใช้ภาพปัจจุบัน หน้าชัด แต่งกายสุภาพ และมีพื้นหลังไม่รบกวนสายตา ไม่ควรใช้รูปครอปจากงานเลี้ยง รูปที่ผ่านฟิลเตอร์หนัก หรือรูปหมู่ สำหรับงานบริการ ภาพที่ดูเป็นมืออาชีพช่วยประกอบการพิจารณาบุคลิกภาพ แต่ไม่ควรแก้ไขจนต่างจากตัวจริง
เช็กลิสต์เรซูเม่ก่อนส่ง
- ชื่อและนามสกุลตรงกับเอกสารที่ใช้สมัคร
- เบอร์โทรและอีเมลใช้งานได้จริง
- ชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครเห็นชัด
- ประสบการณ์เรียงจากงานล่าสุดไปงานก่อนหน้า
- ตัวอักษรอ่านง่ายและไม่มีข้อความทับกัน
- ไฟล์เป็นรูปแบบที่ประกาศกำหนดและเปิดตรวจแล้ว
- ชื่อไฟล์มีชื่อผู้สมัครและตำแหน่ง ไม่ใช้ชื่อทั่วไปอย่าง resume-final
- ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นต่อการพิจารณางาน
เรซูเม่ควรยาวเท่าที่จำเป็น ผู้สมัครประสบการณ์น้อยอาจเน้นฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ และทักษะที่ถ่ายโอนได้ ส่วนระดับ Supervisor หรือ Manager ควรแสดงขอบเขตการดูแลทีม มาตรฐานงาน และผลงานที่อธิบายได้จริง
6. ข้อมูลติดต่อผิดหรือไม่รับสาย HR แก้ไขอย่างไร
ต่อให้ประสบการณ์ตรง หากเบอร์โทรผิด อีเมลสะกดผิด กล่องข้อความเต็ม หรือไม่รับสายหลายครั้ง โรงแรมก็ไม่สามารถนัดสัมภาษณ์ได้ ผู้สมัครควรเตรียมช่องทางติดต่อที่ตรวจเป็นประจำและมีข้อความเสียงหรือชื่อบัญชีที่สุภาพ
งานโรงแรมบางช่วงรับคนค่อนข้างเร่ง โดยเฉพาะก่อนเปิดโรงแรม ก่อน High season หรือเมื่อมีอัตราว่างในแผนกปฏิบัติการ HR อาจติดต่อผ่านโทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางที่ระบุในประกาศ เมื่อมีสายที่ไม่ได้รับ ควรตรวจสอบและโทรกลับในเวลาทำการอย่างสุภาพ โดยแจ้งชื่อ ตำแหน่งที่สมัคร และเวลาที่ได้รับสาย ไม่ควรโทรซ้ำถี่เกินไปหากยังไม่มีผู้รับ
เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อ HR ติดต่อ
- บันทึกรายชื่อโรงแรม ตำแหน่ง และวันที่สมัครไว้ในตารางส่วนตัว
- ตรวจอีเมล กล่องข้อความ และสายที่ไม่ได้รับทุกวัน
- เตรียมคำตอบเรื่องวันเริ่มงาน เงินเดือนที่คาดหวัง กะงาน และพื้นที่ทำงาน
- อยู่ในที่เงียบเมื่อต้องคุยรายละเอียด หากไม่สะดวกให้ขอนัดเวลาโทรกลับ
- จดวัน เวลา สถานที่สัมภาษณ์ ชื่อผู้ติดต่อ และเอกสารที่ต้องนำไป
หากสมัครหลายแห่งจากหน้า โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน การทำบันทึกจะช่วยป้องกันการเรียกชื่อโรงแรมผิดและทำให้ตอบ HR ได้อย่างเป็นมืออาชีพ
7. สมัครผิดตำแหน่งหรือคุณสมบัติไม่ตรง ควรสมัครต่อไหม
สมัครได้เมื่อมีทักษะที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดที่ขาดไม่ใช่เงื่อนไขหลัก แต่ไม่ควรส่งแบบหว่านไปทุกตำแหน่ง หากประสบการณ์ ระดับงาน ภาษา หรือความพร้อมเรื่องพื้นที่ต่างจากประกาศมาก HR มีเหตุผลที่จะเลือกผู้สมัครที่ตรงกว่า
ผู้สมัครจากร้านอาหารอาจย้ายเข้าสู่ F&B โรงแรมได้ หากอธิบายมาตรฐานบริการ การรับออร์เดอร์ การจัดการข้อร้องเรียน และการทำงานเป็นกะ ผู้มีประสบการณ์บริการลูกค้าสามารถสมัคร Front Office ระดับเริ่มต้นได้ในบางโรงแรม หากมีภาษาและเรียนรู้ระบบได้ดี ส่วนผู้สมัคร Engineering ควรแสดงความรู้ด้านระบบอาคาร ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ หรืองานซ่อมที่ตรงกับหน้าที่จริง
ความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับประเภทโรงแรม บูทีคโฮเทลในเชียงใหม่อาจต้องการคนที่รับผิดชอบงานได้หลายด้าน โรงแรมขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ อาจแบ่งหน้าที่เฉพาะกว่า รีสอร์ตในสมุย กระบี่ เขาหลัก หรือภูเก็ตอาจให้ความสำคัญกับการย้ายที่อยู่และความพร้อมทำงานตามฤดูกาล ขณะที่โรงแรมประชุมสัมมนาในพัทยาหรือหัวหินอาจมองหาประสบการณ์กรุ๊ปและจัดเลี้ยง
หากยังไม่ตรงตำแหน่งเป้าหมาย ให้มองงานระดับเริ่มต้นหรือแผนกใกล้เคียง และใช้ คู่มือหางานโรงแรม เพื่อวางแผนทักษะที่ต้องเพิ่ม แทนการปรับชื่อตำแหน่งเดิมให้ดูสูงกว่าความจริง
8. เขียนเงินเดือนและเซอร์วิสชาร์จในใบสมัครผิดอย่างไร
การระบุเงินเดือนที่คาดหวังโดยไม่ดูตำแหน่ง พื้นที่ ประสบการณ์ และแพ็กเกจรวม อาจทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไม่ตรงกัน ควรตอบตามข้อมูลจริงของตนเอง พร้อมเปิดพื้นที่ให้พูดคุยเรื่องสวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ กะงาน และค่าใช้จ่ายในการย้ายพื้นที่
รายได้ของงานโรงแรมไม่ได้มีเพียงเงินเดือนฐาน บางแห่งมีเซอร์วิสชาร์จ อาหารพนักงาน เครื่องแบบ รถรับส่ง ที่พัก หรือสวัสดิการอื่น แต่เงื่อนไขและจำนวนเงินแตกต่างกันตามโรงแรม ผลประกอบการ และช่วงเวลา จึงไม่ควรนำตัวเลขของโรงแรมหนึ่งไปสรุปว่าอีกโรงแรมต้องจ่ายเท่ากัน โดยเฉพาะช่วง High season และ Low season ของเมืองท่องเที่ยว
หากแบบฟอร์มบังคับให้กรอกเงินเดือนที่คาดหวัง ให้ใช้ช่วงที่ยอมรับได้จากประสบการณ์และค่าใช้จ่ายจริง หรือระบุว่าสามารถเจรจาตามขอบเขตงานและแพ็กเกจของโรงแรมได้ เมื่อ HR โทรมา ควรถามอย่างสุภาพว่าเงินเดือนที่พูดถึงเป็นเงินเดือนฐานหรือรายได้รวม และสวัสดิการใดเริ่มได้รับหลังผ่านทดลองงาน
ผู้สมัครสามารถดูข้อมูลประกอบจาก เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย แต่ควรตรวจช่วงเวลาของข้อมูลและสอบถามโรงแรมโดยตรงอีกครั้ง เพราะเซอร์วิสชาร์จเปลี่ยนแปลงได้และไม่ใช่เงินจำนวนคงที่ทุกเดือน
9. ส่งอีเมลสมัครงานโรงแรมผิด ทำให้ HR ข้ามจริงหรือไม่
อีเมลที่ไม่มีหัวข้อ ไม่มีข้อความแนะนำตัว แนบไฟล์ผิด หรือส่งถึงโรงแรมผิดแห่ง ทำให้ HR ต้องใช้เวลาหาข้อมูลเพิ่มและอาจข้ามใบสมัครนั้นได้ อีเมลสมัครงานควรสั้น ชัด และบอกทันทีว่าคุณสมัครตำแหน่งใด
หัวข้ออีเมลควรมีชื่อตำแหน่งและชื่อผู้สมัคร เนื้อหาให้แนะนำตัวโดยย่อ ระบุประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมเริ่มงาน และช่องทางติดต่อ จากนั้นแจ้งว่าได้แนบเรซูเม่หรือเอกสารตามประกาศแล้ว ไม่ต้องเขียนประวัติทั้งหมดซ้ำในอีเมล เพราะรายละเอียดอยู่ในไฟล์แนบ
ข้อผิดพลาดในอีเมลที่ควรตรวจทุกครั้ง
- ส่งอีเมลเปล่าและมีเพียงไฟล์แนบ
- ใช้หัวข้อว่า “สมัครงาน” โดยไม่บอกตำแหน่ง
- เรียกชื่อโรงแรมหรือชื่อตำแหน่งผิดจากการคัดลอกข้อความเดิม
- แนบเรซูเม่คนละฉบับกับตำแหน่งที่สมัคร
- ลืมแนบไฟล์หรือจำกัดสิทธิ์จนผู้รับเปิดไม่ได้
- ใช้อีเมลหรือชื่อบัญชีที่ไม่เหมาะกับการติดต่อเรื่องงาน
หากประกาศระบุให้สมัครผ่านแบบฟอร์ม เว็บไซต์ หรือ Walk-in ควรทำตามช่องทางนั้น การส่งอีเมลเพิ่มโดยไม่ได้รับการร้องขอไม่ได้ทำให้มีโอกาสมากขึ้นเสมอไป และอาจทำให้เกิดใบสมัครซ้ำในระบบ
10. ไม่ศึกษาข้อมูลโรงแรมก่อนสมัคร ส่งผลอย่างไร
การไม่รู้ว่าโรงแรมอยู่ที่ไหน ให้บริการแขกแบบใด และตำแหน่งทำงานในแผนกใด ทำให้ใบสมัครดูไม่ตั้งใจ อีกทั้งผู้สมัครอาจตอบไม่ได้เมื่อ HR ถามเรื่องการเดินทาง กะงาน การย้ายที่อยู่ หรือเหตุผลที่สนใจโรงแรมนั้น
ก่อนสมัครควรตรวจประเภทโรงแรม จำนวนและลักษณะห้องอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก กลุ่มลูกค้าโดยภาพรวม และที่ตั้งจริง งาน Front Office ในโรงแรมเมืองย่านสุขุมวิทอาจพบแขกธุรกิจและแขกพักระยะสั้นจำนวนมาก ขณะที่รีสอร์ตป่าตอง กะรน สมุย หรือกระบี่อาจมีรูปแบบคำขอแขกและตารางงานสัมพันธ์กับฤดูกาลท่องเที่ยว งาน Sales ของโรงแรมประชุมสัมมนาอาจเน้นกรุ๊ป บริษัท และงานจัดเลี้ยง ส่วนบูทีคโฮเทลในเชียงใหม่อาจให้พนักงานประสานงานข้ามหน้าที่มากกว่า
พื้นที่ยังมีผลต่อชีวิตประจำวันด้วย ผู้สมัครควรคำนวณเวลาเดินทางในกรุงเทพฯ หรือพัทยา ตรวจเที่ยวรถสำหรับกะเช้าและกะดึก และสอบถามเรื่องที่พักพนักงานเมื่อสมัครรีสอร์ตในเขาหลัก สมุย หรือพื้นที่ที่เดินทางจากชุมชนไกล การตอบว่า “ทำงานที่ไหนก็ได้” โดยยังไม่ตรวจรายละเอียด อาจทำให้ HR กังวลว่าผู้สมัครจะถอนตัวภายหลัง
สมัครหลายครั้งแล้วยังไม่ถูกเรียก ควรติดตามผลแบบไหน
ควรติดตามผลอย่างสุภาพหลังจากให้เวลา HR ตรวจใบสมัครตามสมควร โดยถามสถานะสั้น ๆ และยืนยันความสนใจในตำแหน่ง ไม่ควรโทรหรือส่งข้อความซ้ำหลายช่องทางในวันเดียว เพราะอาจรบกวนกระบวนการคัดเลือก
ก่อนติดตาม ให้ตรวจว่าประกาศปิดรับหรือยัง โรงแรมแจ้งระยะเวลาพิจารณาไว้หรือไม่ และคุณส่งเอกสารครบตามเงื่อนไขหรือเปล่า จากนั้นใช้อีเมลเดิมเพื่อให้ HR เห็นประวัติการติดต่อ ระบุชื่อ ตำแหน่ง วันที่สมัคร และเบอร์โทร หากโทรศัพท์ ควรเลือกเวลาทำการและถามก่อนว่าผู้รับสะดวกคุยหรือไม่
แยกให้ออกระหว่างการติดตามกับการส่งซ้ำ
การติดตามคือการยืนยันว่าโรงแรมได้รับเอกสารและสอบถามขั้นตอนต่อไป ส่วนการส่งซ้ำโดยไม่แก้ไขข้อมูลอาจไม่เพิ่มโอกาส หากประกาศเดิมเปิดใหม่หลังผ่านไประยะหนึ่ง คุณสามารถสมัครอีกครั้งได้ แต่ควรอัปเดตเรซูเม่ เพิ่มประสบการณ์หรือทักษะใหม่ และตรวจว่าคุณสมบัติตรงขึ้นหรือไม่
หากไม่ได้รับคำตอบ อย่าสรุปทันทีว่าตนเองไม่มีความสามารถ โรงแรมอาจปิดตำแหน่ง เลื่อนการรับ เปลี่ยนงบ หรือมีผู้สมัครที่ตรงกว่าในเวลานั้น ควรเดินหน้าสมัครงานอื่นควบคู่กันและปรับเอกสารจากสิ่งที่เรียนรู้
สรุปและขั้นตอนแก้เรซูเม่ก่อนสมัครงานโรงแรมครั้งต่อไป
วิธีเพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์คือทำให้ HR เห็นความเหมาะสมได้รวดเร็ว ข้อมูลต้องตรงตำแหน่ง ติดต่อได้จริง และสะท้อนความพร้อมเรื่องภาษา กะงาน พื้นที่ เงินเดือน และวันเริ่มงานอย่างซื่อสัตย์ การสมัครอย่างมีเป้าหมายมักมีคุณภาพกว่าการส่งเอกสารฉบับเดิมไปจำนวนมาก
- เลือกตำแหน่งที่ตรงกับประสบการณ์หรือทักษะที่ถ่ายโอนได้
- อ่านประกาศและจดคุณสมบัติหลัก หน้าที่ กะงาน และพื้นที่
- ปรับสรุปประสบการณ์และลำดับข้อมูลในเรซูเม่ให้ตรงตำแหน่ง
- เพิ่มรายละเอียดงานจริง ทักษะภาษา ระบบที่ใช้ และความพร้อมเริ่มงาน
- ตรวจชื่อโรงแรม ชื่อตำแหน่ง เบอร์โทร อีเมล และไฟล์แนบ
- ส่งตามช่องทางที่โรงแรมกำหนดและบันทึกวันที่สมัคร
- เตรียมรับสาย พร้อมตอบเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และกะงาน
- ติดตามผลอย่างสุภาพ พร้อมสมัครตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมต่อไป
ก่อนส่งครั้งใหม่ ลองให้คนที่รู้จักงานโรงแรมอ่านเรซูเม่โดยใช้เวลาไม่นาน หากเขาตอบไม่ได้ว่าคุณสมัครตำแหน่งอะไร มีจุดแข็งด้านใด และพร้อมทำงานที่ไหน แสดงว่าเอกสารยังต้องปรับ เมื่อพร้อมแล้วจึงค้นหาโรงแรมและตำแหน่งที่ตรงเป้าหมาย เพื่อให้ทุกใบสมัครช่วยพาคุณเข้าใกล้การสัมภาษณ์จริง
บทความนี้เป็นภาพรวม ถ้าอยากได้ขั้นตอนทำงานจริงและคำถามสัมภาษณ์ครบชุด เล่มพวกนี้เขียนไว้ละเอียดกว่า
AI for Hotel Staff: AI ผู้ช่วยพนักงานโรงแรม เปลี่ยนพนักงานธรรมดาให้ทำงานเก่งขึ้นด้วย AI
SKU-00049
ทำงานโรงแรม & เรือสำราญต่างประเทศ: คู่มือคนไทยไปทำงาน Hospitality ต่างแดน
SKU-00068
HOTEL RESUME: เขียนเรซูเม่ให้ได้งานโรงแรม เทคนิคเล่าเรื่องตัวเองให้โดนใจ HR (ฉบับอัปเดตครั้งที่ 2)
SKU-00074
สัมภาษณ์โรงแรมอย่างโปร ตอบยังไงให้ได้งาน Hotel Interview Mastery: Say It Right, Get Hired (ฉบับอัปเดตครั้งที่ 2)
SKU-00075
คำถามที่พบบ่อย
สมัครงานโรงแรมแล้วกี่วัน HR ถึงจะโทรกลับ
ระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับโรงแรม ตำแหน่ง จำนวนผู้สมัคร และความเร่งด่วนในการรับคน บางแห่งติดต่อเร็วเมื่อมีอัตราว่างเร่งด่วน ขณะที่บางแห่งต้องรอหัวหน้าแผนกตรวจรายชื่อ หากประกาศไม่ได้กำหนดเวลา สามารถติดตามผลอย่างสุภาพหลังเว้นช่วงที่เหมาะสมและควรสมัครงานอื่นควบคู่กันไป
ไม่มีประสบการณ์โรงแรม สมัครตำแหน่งอะไรได้บ้าง
ผู้ไม่มีประสบการณ์สามารถมองหาตำแหน่งระดับเริ่มต้นใน Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen หรือแผนกสนับสนุนตามทักษะของตน ควรเน้นประสบการณ์บริการลูกค้า งานร้านอาหาร การฝึกงาน ภาษา และความพร้อมทำงานเป็นกะ คุณสมบัติแตกต่างกันตามโรงแรม จึงต้องอ่านประกาศแต่ละตำแหน่งก่อนสมัคร
เรซูเม่สมัครงานโรงแรมควรเขียนภาษาไทยหรืออังกฤษ
ให้ยึดภาษาที่ประกาศงานกำหนดและลักษณะของโรงแรมเป็นหลัก โรงแรมที่มีแขกต่างชาติจำนวนมากหรือตำแหน่งที่ใช้ภาษาอังกฤษ อาจเหมาะกับเรซูเม่ภาษาอังกฤษ หากไม่แน่ใจ สามารถเตรียมทั้งสองภาษาโดยให้ข้อมูลตรงกันและตรวจการสะกดอย่างละเอียด
สมัครงานโรงแรมต้องใส่รูปถ่ายในเรซูเม่ไหม
ควรใส่เมื่อประกาศหรือแบบฟอร์มของโรงแรมร้องขอ หากใส่ ให้ใช้รูปปัจจุบัน หน้าชัด แต่งกายสุภาพ และไม่ใช้ฟิลเตอร์ที่ทำให้ต่างจากตัวจริง หากประกาศไม่ได้กำหนด ควรพิจารณาตามรูปแบบการรับสมัครของโรงแรมนั้นและให้ความสำคัญกับประสบการณ์กับทักษะเป็นหลัก
ควรระบุเงินเดือนที่คาดหวังในใบสมัครงานโรงแรมอย่างไร
ควรพิจารณาจากประสบการณ์ ขอบเขตงาน พื้นที่ และค่าใช้จ่ายจริงของตน หากต้องกรอกตัวเลข สามารถระบุเป็นช่วงที่ยอมรับได้หรือแจ้งว่าสามารถเจรจาตามแพ็กเกจรวม เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จแตกต่างกันตามโรงแรมและช่วงเวลา จึงควรถามรายละเอียดกับ HR โดยตรง
HR โรงแรมไม่รับสายกลับ ควรโทรซ้ำไหม
โทรซ้ำได้อย่างสุภาพในเวลาทำการ แต่ไม่ควรโทรถี่หรือใช้หลายช่องทางพร้อมกัน ควรแจ้งชื่อ ตำแหน่งที่สมัคร วันที่ได้รับการติดต่อ และเบอร์โทรกลับให้ครบ หากยังติดต่อไม่ได้ ให้ส่งข้อความหรืออีเมลสั้น ๆ แล้วรอการตอบกลับพร้อมเดินหน้าสมัครงานอื่น
สมัครงานโรงแรมหลายตำแหน่งในโรงแรมเดียวกันได้ไหม
สมัครได้หากแต่ละตำแหน่งเกี่ยวข้องกับประสบการณ์และทักษะของคุณจริง แต่การสมัครหลายงานที่ต่างกันมากอาจทำให้ HR ไม่เห็นเป้าหมายอาชีพที่ชัดเจน ควรเลือกตำแหน่งหลักและตำแหน่งใกล้เคียง พร้อมอธิบายว่าทักษะของคุณใช้กับแต่ละงานอย่างไร
ทำไมคุณสมบัติครบแต่ยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์งานโรงแรม
การมีคุณสมบัติครบไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการสัมภาษณ์เสมอ เพราะโรงแรมอาจมีผู้สมัครที่ประสบการณ์ตรงกว่า ปิดตำแหน่ง หรือเปลี่ยนแผนการรับคน ควรตรวจว่าเรซูเม่สื่อจุดแข็งได้ชัด ข้อมูลติดต่อถูกต้อง และทำตามวิธีสมัครครบถ้วน จากนั้นปรับเอกสารและสมัครตำแหน่งที่เหมาะสมต่อไป


