ไม่มีประสบการณ์ เริ่มงานโรงแรมตำแหน่งไหนได้บ้าง
ผู้ไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มงานโรงแรมได้หลายตำแหน่ง เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานยกกระเป๋า พนักงานทำความสะอาดห้องพัก พนักงานเสิร์ฟ ผู้ช่วยครัว และช่างทั่วไป โรงแรมส่วนใหญ่มองหาทัศนคติที่ดี ความรับผิดชอบ ความพร้อมทำงานเป็นกะ และทักษะบริการมากกว่าประสบการณ์ตรง โดยตำแหน่งที่เหมาะควรเลือกจากความถนัดด้านภาษา การพบลูกค้า งานใช้แรง และเป้าหมายการเติบโตของแต่ละคน
คนไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มงานโรงแรมได้ในตำแหน่งระดับเริ่มต้น เช่น Receptionist, Bellman, Room Attendant, Waiter หรือ Waitress, Steward, Commis และ Technician Helper โดยเลือกตามทักษะภาษา ความชอบพบลูกค้า ความพร้อมทำงานเป็นกะ และลักษณะงานที่ถนัด โรงแรมจำนวนมากยอมรับผู้สมัครจบใหม่หรือเปลี่ยนสายงาน หากมีใจบริการ รับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้งานจริง
- งานเริ่มต้นมีทั้ง Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen และ Engineering
- ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มทางเลือก แต่ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ต้องพูดคล่องตั้งแต่วันแรก
- เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จขึ้นอยู่กับโรงแรม พื้นที่ และช่วงฤดูกาล
- ผู้สมัครควรเลือกงานจากลักษณะงานและกะงาน ไม่ควรดูเฉพาะชื่อตำแหน่ง
- ประสบการณ์จากร้านอาหาร งานขาย งานบริการ และกิจกรรมระหว่างเรียนสามารถนำมาใช้สมัครได้
ไม่มีประสบการณ์สมัครงานโรงแรมตำแหน่งอะไรได้บ้าง
ตำแหน่งที่เปิดรับคนไม่มีประสบการณ์มักเป็นงานระดับ Operational หรือ Entry Level ซึ่งมีขั้นตอนทำงานชัดเจนและมีหัวหน้างานสอน งานที่พบได้บ่อยอยู่ใน Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen และ Engineering โดยแต่ละแผนกต้องการบุคลิกและความถนัดต่างกัน
หากชอบพบแขกและพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ควรดูตำแหน่ง Receptionist, Guest Service Agent, Bellman หรือ Door Attendant หากชอบงานที่มีมาตรฐานชัดและไม่ต้องสนทนากับแขกตลอดเวลา ตำแหน่ง Room Attendant, Public Area Attendant หรือ Laundry Attendant อาจเหมาะกว่า คนที่เคยทำร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านสะดวกซื้อสามารถต่อยอดไปยัง Waiter, Waitress, Hostess, Cashier หรือ Banquet Attendant ได้ ส่วนผู้ที่สนใจอาหารอาจเริ่มจาก Commis, Kitchen Helper หรือ Steward
งานช่างระดับผู้ช่วย เช่น Technician Helper เหมาะกับผู้มีพื้นฐานไฟฟ้า เครื่องกล หรืออาคาร แม้ยังไม่มีประสบการณ์โรงแรม ขณะที่แผนก HR และ Sales มักมีตำแหน่งเริ่มต้นน้อยกว่าและอาจต้องใช้ทักษะเอกสาร โปรแกรมสำนักงาน หรือการประสานงาน ผู้สมัครควรอ่านคุณสมบัติจริงในประกาศจาก ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย เพราะโรงแรมแต่ละแห่งใช้ชื่อตำแหน่งและกำหนดประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
| แผนก | ตำแหน่งเริ่มต้น | ลักษณะงาน | ทักษะสำคัญ |
|---|---|---|---|
| Front Office | Receptionist, Bellman | ต้อนรับและช่วยเหลือแขก | ภาษา การสื่อสาร การแก้ปัญหา |
| Housekeeping | Room Attendant, Public Area | ดูแลห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง | ความละเอียด ความเร็ว ความแข็งแรง |
| F&B | Waiter, Waitress, Hostess | บริการอาหารและเครื่องดื่ม | งานบริการ ความจำ การทำงานเป็นทีม |
| Kitchen | Commis, Kitchen Helper, Steward | เตรียมอาหารและดูแลอุปกรณ์ | สุขอนามัย วินัย ความพร้อมทำงานหนัก |
| Engineering | Technician Helper | ช่วยตรวจและซ่อมระบบอาคาร | พื้นฐานช่าง ความปลอดภัย |
งาน Front Office เหมาะกับเด็กจบใหม่หรือไม่
งาน Front Office เหมาะกับเด็กจบใหม่ที่ชอบสื่อสาร ควบคุมอารมณ์ได้ และพร้อมเรียนรู้ระบบโรงแรม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดภาษาอังกฤษคล่องเหมือนเจ้าของภาษา ตำแหน่งเริ่มต้นบางงานใช้ภาษาไม่เท่ากัน จึงควรเลือกให้ตรงกับระดับของตนเอง
Receptionist และ Guest Service Agent ทำอะไร
Receptionist หรือ Guest Service Agent รับผิดชอบเช็กอิน เช็กเอาต์ ตรวจข้อมูลการจอง รับชำระเงิน ประสานงานคำขอของแขก และส่งเรื่องต่อไปยัง Housekeeping, Bell Service หรือ Engineering งานนี้ต้องใช้ความรอบคอบ เพราะข้อมูลชื่อแขก ประเภทห้องพัก ยอดชำระ และสิทธิประโยชน์ต้องถูกต้อง ผู้ไม่มีประสบการณ์สมัครได้หากโรงแรมระบุว่ายินดีรับนักศึกษาจบใหม่ แต่ควรฝึกภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับการต้อนรับและการอธิบายข้อมูลพื้นฐาน
Bellman และ Door Attendant เริ่มง่ายกว่าหรือไม่
Bellman ดูแลสัมภาระ พาแขกไปยังห้องพัก ให้ข้อมูลสถานที่ และประสานรถ ส่วน Door Attendant ดูแลบริเวณทางเข้า เปิดประตู เรียกรถ และสังเกตความเรียบร้อย ทั้งสองตำแหน่งยังต้องพบแขก แต่บทสนทนามักสั้นกว่า Receptionist จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนซึ่งกำลังพัฒนาภาษา งานในกรุงเทพฯ แถบสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยามักพบแขกหลากหลายชาติ ขณะที่โรงแรมขนาดเล็กอาจให้พนักงานหนึ่งคนรับผิดชอบหลายหน้าที่ ผู้สมัครจึงควรถามขอบเขตงานให้ชัดก่อนรับข้อเสนอ
ภาษาอังกฤษไม่ดี ทำงานโรงแรมแผนกไหนได้
ภาษาอังกฤษไม่ดีไม่ได้ปิดโอกาสทำงานโรงแรมทั้งหมด ตำแหน่งหลังบ้านอย่าง Room Attendant, Public Area Attendant, Laundry Attendant, Steward, Kitchen Helper และ Technician Helper มักใช้บทสนทนากับแขกน้อยกว่า แต่ยังควรเรียนรู้คำสั่งงานและประโยคบริการพื้นฐาน
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเขียนในใบสมัครว่าพูดภาษาอังกฤษได้ดีหากยังสื่อสารไม่ได้จริง เพราะผู้สัมภาษณ์อาจทดสอบด้วยคำถามง่าย ๆ ให้ระบุตามตรงว่าอยู่ระดับพื้นฐานและกำลังฝึก โรงแรมมักพิจารณาร่วมกับทัศนคติ ความตรงต่อเวลา และความพร้อมทำงานเป็นกะ หากสมัครในภูเก็ต โดยเฉพาะป่าตองหรือกะรน รวมถึงสมุย พัทยา และกระบี่ การพบแขกต่างชาติมีโอกาสสูง แม้ทำงานหลังบ้านก็อาจต้องตอบคำถามสั้น ๆ ได้
วิธีฝึกที่ใช้ได้จริงคือจำประโยคตามสถานการณ์ ไม่ต้องเริ่มจากไวยากรณ์ซับซ้อน เช่น การทักทาย การขอหมายเลขห้อง การบอกให้รอสักครู่ การแจ้งว่าจะติดต่อหัวหน้างาน และการขอโทษเมื่อฟังไม่เข้าใจ ควรฝึกชื่ออุปกรณ์ พื้นที่ในโรงแรม เวลา และตัวเลขด้วย การเริ่มจากแผนกที่ใช้ภาษาน้อยแล้วขอย้ายภายในภายหลังเป็นเส้นทางที่เป็นไปได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งว่างและผลงานของพนักงาน
- เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับตำแหน่งวันละกลุ่ม
- ฟังเสียงและพูดตามจนตอบได้โดยไม่ต้องอ่าน
- ฝึกสถานการณ์กับเพื่อน เช่น แขกขอผ้าเช็ดตัวหรือถามทาง
- จดคำที่ฟังไม่ออกจากการทำงานแล้วกลับมาทบทวน
- ขอให้หัวหน้างานช่วยแก้ประโยคที่ใช้บ่อย
งาน Housekeeping เหมาะกับคนแบบไหนและหนักแค่ไหน
งาน Housekeeping เหมาะกับคนละเอียด มีวินัย จัดลำดับงานได้ และรับงานที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายต่อเนื่องได้ ตำแหน่ง Room Attendant ไม่ได้มีแค่ปูเตียง แต่ต้องทำห้องตามมาตรฐาน ตรวจของใช้ รายงานของชำรุด และรักษาความเป็นส่วนตัวของแขก
Room Attendant ต้องมีประสบการณ์หรือไม่
โรงแรมหลายแห่งรับผู้ไม่มีประสบการณ์และสอนลำดับการทำห้อง การใช้สารทำความสะอาด การแยกผ้า และวิธีรายงานสถานะห้อง สิ่งที่นายจ้างมองหาคือความซื่อสัตย์ ความสม่ำเสมอ และความสามารถทำงานตามเวลา ห้องพักแต่ละประเภทใช้รายละเอียดต่างกัน โรงแรมจึงมักมีการสาธิตและให้ทำงานร่วมกับพนักงานที่มีประสบการณ์ก่อน
Public Area Attendant ดูแลล็อบบี้ ห้องน้ำ ทางเดิน ห้องประชุม และพื้นที่ส่วนกลาง ส่วน Laundry Attendant ดูแลการคัดแยก ซัก รีด พับ และนับผ้า งานเหล่านี้อาจไม่ต้องสนทนากับแขกมาก แต่ต้องเข้าใจความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือและสารเคมี โรงแรมประชุมสัมมนาในกรุงเทพฯ หรือพัทยาอาจมีรอบการใช้ห้องประชุมที่เร่ง ขณะที่รีสอร์ตในเขาหลัก กระบี่ หรือสมุยมีพื้นที่กว้างและอาคารกระจายตัว ความเหนื่อยจึงเกิดคนละแบบ
ก่อนสมัครควรถามจำนวนวันทำงาน เวลากะ วิธีแบ่งพื้นที่ อุปกรณ์ที่โรงแรมจัดให้ และมีรถรับส่งหรือหอพักพนักงานหรือไม่ โดยเฉพาะรีสอร์ตที่อยู่ห่างชุมชน อย่าตัดสินว่างาน Housekeeping ไม่มีทางเติบโต เพราะพนักงานที่ทำมาตรฐานได้ดีสามารถพัฒนาไปเป็น Floor Supervisor, Housekeeping Supervisor และตำแหน่งบริหารแผนกได้
งานร้านอาหารโรงแรม F&B รับคนไม่มีประสบการณ์ไหม
แผนก F&B รับคนไม่มีประสบการณ์ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะ Waiter, Waitress, Busboy, Hostess และ Banquet Attendant ผู้สมัครที่เคยทำร้านอาหาร คาเฟ่ งานขาย หรืองานบริการลูกค้ามีทักษะที่นำมาใช้ได้ แม้ไม่เคยทำในโรงแรมมาก่อน
พนักงานเสิร์ฟต้องจัดโต๊ะ รับคำสั่ง เสิร์ฟอาหาร เก็บอุปกรณ์ ประสาน Kitchen และตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับเมนู ความท้าทายคือช่วงเวลาที่แขกเข้าพร้อมกัน เช่น มื้อเช้า งานแต่ง หรืองานประชุม ผู้สมัครต้องจำรายละเอียดได้ เดินและยืนเป็นเวลานาน รวมถึงรักษาน้ำเสียงที่สุภาพเมื่อมีงานเร่ง ส่วน Hostess เน้นต้อนรับ จัดคิว ตรวจการจอง และพาแขกไปยังโต๊ะ จึงใช้บุคลิก การสื่อสาร และภาษาเพิ่มขึ้น
งาน Banquet ต่างจากห้องอาหารอย่างไร
Banquet เป็นงานจัดเลี้ยงสำหรับประชุม งานแต่ง และกิจกรรมกลุ่ม ตารางงานเปลี่ยนตามอีเวนต์ บางวันเริ่มเช้า บางงานเลิกดึก และต้องช่วยยกโต๊ะ เก้าอี้ หรืออุปกรณ์ โรงแรมประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และหัวหินอาจมีงานจัดเลี้ยงต่อเนื่อง ส่วนบูทีคโฮเทลมักมีทีมเล็กและให้ช่วยหลายหน้าที่ งานนี้ช่วยให้เรียนรู้การบริการ การจัดพื้นที่ และการทำงานเป็นทีมได้เร็ว
ผู้สมัครควรถามว่าตำแหน่งเป็นพนักงานประจำ รายวัน หรือชั่วคราว สวัสดิการและเซอร์วิสชาร์จต่างกันหรือไม่ รวมถึงมีอาหารพนักงานและชุดยูนิฟอร์มหรือเปล่า หากต้องการเปรียบเทียบรายได้ส่วนเพิ่ม สามารถดูข้อมูลจาก เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย แต่ควรเข้าใจว่าจำนวนจริงเปลี่ยนตามผลประกอบการ นโยบาย และช่วงฤดูกาลของแต่ละโรงแรม
อยากทำครัวโรงแรม ควรเริ่มจาก Commis หรือ Steward
หากต้องการเติบโตเป็นพ่อครัว ควรเริ่มจาก Commis หรือ Kitchen Helper เพราะได้ฝึกเตรียมวัตถุดิบ อุปกรณ์ และวิธีทำงานในครัวโดยตรง ส่วน Steward เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าระบบโรงแรมก่อน โดยรับผิดชอบความสะอาดภาชนะ เครื่องมือ และพื้นที่ครัว
Commis เป็นตำแหน่งเริ่มต้นในสายครัว แต่อาจแบ่งตามส่วน เช่น Hot Kitchen, Cold Kitchen, Bakery หรือ Pastry หน้าที่จริงขึ้นอยู่กับโรงแรมและขนาดทีม ผู้สมัครที่จบสายอาหารมีข้อได้เปรียบด้านพื้นฐาน แต่ผู้ไม่มีวุฒิตรงก็สมัครบางแห่งได้ หากแสดงให้เห็นว่ารักษาความสะอาด ใช้มีดอย่างปลอดภัย รับคำสั่งได้ และพร้อมเริ่มจากงานพื้นฐาน ครัวโรงแรมให้ความสำคัญกับเวลาและมาตรฐาน เพราะอาหารหลายรายการต้องออกพร้อมกัน
Steward ไม่ใช่เพียงพนักงานล้างจาน ต้องแยกอุปกรณ์ ดูแลเครื่องล้าง เก็บสารทำความสะอาด จัดการขยะ และทำให้พื้นที่พร้อมสำหรับทีมครัว งานมีความร้อน ความชื้น และช่วงเร่ง จึงต้องประเมินสภาพร่างกายของตนเอง หากเป้าหมายคือย้ายไป Commis ควรถามตั้งแต่สัมภาษณ์ว่าโรงแรมมีแนวทางฝึกหรือเปิดโอกาสย้ายแผนกหรือไม่ ไม่ควรคาดว่าจะย้ายได้โดยอัตโนมัติ
| หัวข้อ | Commis หรือ Kitchen Helper | Steward |
|---|---|---|
| งานหลัก | เตรียมและช่วยผลิตอาหาร | ดูแลภาชนะ อุปกรณ์ และความสะอาด |
| การพบแขก | น้อย ยกเว้นครัวเปิดหรือไลน์บุฟเฟต์ | น้อยมาก |
| ทักษะเริ่มต้น | สุขอนามัย การใช้เครื่องมือ การเตรียมวัตถุดิบ | วินัย ความปลอดภัย การจัดระบบอุปกรณ์ |
| เส้นทางเติบโต | Chef de Partie และสายหัวหน้าครัวตามประสบการณ์ | Steward Supervisor หรือสมัครย้ายสายเมื่อมีโอกาส |
| ข้อควรพิจารณา | กดดันเรื่องเวลาและคุณภาพ | งานเปียก ร้อน และใช้แรง |
งานโรงแรมต้องทำกะอะไรบ้างและเลือกกะได้ไหม
โรงแรมเปิดบริการตลอดวัน จึงมีทั้งกะเช้า กะบ่าย กะดึก และกะแยกตามรอบอาหารหรือกิจกรรม พนักงานใหม่อาจแจ้งข้อจำกัดได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถเลือกกะประจำเองทั้งหมด เพราะตารางขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน อัตราเข้าพัก และลักษณะของแผนก
Front Office และ Security มักต้องมีคนดูแลตลอดคืน ส่วน Housekeeping ส่วนใหญ่ทำช่วงกลางวัน แต่อาจมีรอบเย็นสำหรับบริการ Turn Down หรือคำขอของแขก F&B มีรอบเช้ามากสำหรับอาหารเช้าและรอบค่ำสำหรับห้องอาหาร ขณะที่ Banquet เปลี่ยนตามกำหนดงาน Kitchen และ Steward ต้องเข้าก่อนเปิดบริการและเลิกหลังเก็บงาน การทำกะจึงกระทบการเดินทาง การนอน และชีวิตส่วนตัวพอสมควร
ในกรุงเทพฯ ควรตรวจว่ากะเช้าหรือกะดึกสอดคล้องกับรถสาธารณะหรือไม่ โรงแรมริมทะเลในภูเก็ต สมุย เขาหลัก หรือกระบี่อาจอยู่ไกลจากที่พัก จึงต้องดูว่ามีรถรับส่งพนักงานหรือหอพักหรือเปล่า ช่วง High season โรงแรมรีสอร์ตอาจมีแขกมาก ตารางงานแน่น และมีการรับพนักงานชั่วคราวเพิ่ม ส่วน Low season อาจมีการปรับวันทำงาน ใช้เวลาฝึกอบรม หรือซ่อมบำรุง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของโรงแรม
| กะงาน | แผนกที่พบบ่อย | สิ่งที่ควรเตรียม |
|---|---|---|
| กะเช้า | F&B, Kitchen, Housekeeping, Front Office | การเดินทางก่อนเวลาปกติและการพักผ่อน |
| กะบ่าย | Front Office, F&B, Engineering | รับช่วงงานและอาจเลิกดึก |
| กะดึก | Front Office, Security, Engineering บางแห่ง | ปรับเวลานอนและตรวจสิทธิประโยชน์ของกะ |
| กะตามงาน | Banquet, Sales Event, Kitchen | ตารางเปลี่ยนตามประชุม งานแต่ง หรือกรุ๊ป |
เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จของพนักงานใหม่ดูอย่างไร
รายได้ของพนักงานโรงแรมไม่ได้มีเฉพาะเงินเดือน แต่ควรดูสวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ ค่าอาหาร ค่ากะ ที่พัก รถรับส่ง และเงื่อนไขทดลองงานร่วมกัน จำนวนเงินแตกต่างตามโรงแรม ตำแหน่ง พื้นที่ ผลประกอบการ และฤดูกาล จึงไม่ควรใช้ตัวเลขของโรงแรมหนึ่งไปคาดการณ์ทุกแห่ง
โรงแรมเมืองในกรุงเทพฯ อาจเดินทางสะดวกกว่าแต่มีค่าเช่าและค่าเดินทางสูง รีสอร์ตในสมุย ภูเก็ต เขาหลัก หรือพื้นที่ห่างชุมชนบางแห่งอาจมีหอพักและรถรับส่ง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก โรงแรมบูทีคอาจมีทีมเล็กและได้เรียนรู้งานหลากหลาย แต่โครงสร้างสวัสดิการอาจต่างจากโรงแรมเครือใหญ่ ส่วนโรงแรมประชุมสัมมนาอาจมีรายได้จากงานจัดเลี้ยง แต่ปริมาณงานเปลี่ยนตามปฏิทินอีเวนต์
เซอร์วิสชาร์จเป็นรายได้ส่วนที่โรงแรมจัดสรรตามนโยบาย ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ทุกเดือน ผู้สมัครควรถามว่าพนักงานทดลองงานได้รับหรือไม่ เริ่มได้รับเมื่อใด แบ่งเต็มจำนวนหรือแบ่งตามวันทำงาน และตัวเลขที่ประกาศเป็นเดือนใด ควรถามเรื่องวันหยุด ประกันสังคม ประกันกลุ่ม ยูนิฟอร์ม อาหารพนักงาน และค่าทำงานในวันหยุดด้วย สามารถตรวจรายชื่อ โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน แล้วเปรียบเทียบแพ็กเกจหลายแห่งก่อนตัดสินใจ
- เงินเดือนประจำและวันที่จ่าย
- เงื่อนไขเซอร์วิสชาร์จระหว่างทดลองงาน
- อาหารพนักงาน ยูนิฟอร์ม และบริการซักรีดชุด
- หอพักหรือรถรับส่ง โดยเฉพาะโรงแรมรีสอร์ต
- วันหยุด กะงาน ค่ากะ และการทำงานล่วงเวลา
- ประกันสังคม ประกันกลุ่ม และการตรวจสุขภาพ
- โอกาสฝึกอบรม เลื่อนตำแหน่ง หรือย้ายแผนก
โรงแรมเมืองกับรีสอร์ต เลือกเริ่มงานแบบไหนดี
โรงแรมเมืองเหมาะกับคนที่ต้องการเจอแขกหลากหลาย เรียนรู้ระบบที่หมุนเร็ว และเดินทางจากที่พักได้ ส่วนรีสอร์ตเหมาะกับคนที่รับสภาพแวดล้อมห่างเมืองได้ ชอบงานบริการเพื่อการพักผ่อน และพร้อมปรับตัวตาม High season กับ Low season
โรงแรมในกรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิท สีลม หรือริมแม่น้ำเจ้าพระยามีทั้งโรงแรมธุรกิจ โรงแรมหรู และที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว งาน Front Office มักต้องจัดการเช็กอิน เช็กเอาต์ การเดินทาง และคำขอที่เร่งด่วน โรงแรมประชุมสัมมนามีกรุ๊ปและงาน Banquet จำนวนมากในบางช่วง ส่วนบูทีคโฮเทลในเชียงใหม่หรือย่านเมืองเก่าอาจมีจำนวนห้องน้อย แต่พนักงานต้องรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวและช่วยงานข้ามหน้าที่มากขึ้น
รีสอร์ตในป่าตอง กะรน สมุย กระบี่ หัวหิน และเขาหลักมักมีพื้นที่กว้าง ห้องอาหารหลายจุด สระว่ายน้ำ ชายหาด หรือกิจกรรมสำหรับแขก พนักงานอาจต้องเดินหรือใช้รถภายในพื้นที่ และควรตรวจที่พักพนักงานให้ละเอียด พัทยามีทั้งโรงแรมเมือง รีสอร์ตครอบครัว และโรงแรมประชุม จึงมีรูปแบบงานหลากหลาย การเลือกพื้นที่ควรคิดถึงค่าครองชีพ การเดินทาง ความถนัดด้านภาษา และระยะเวลาที่ตั้งใจอยู่ ไม่ควรเลือกเพราะชื่อเมืองท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
เขียนเรซูเม่สมัครงานโรงแรมอย่างไรเมื่อไม่มีประสบการณ์
เรซูเม่ของคนไม่มีประสบการณ์ควรทำให้นายจ้างเห็นทักษะที่นำมาใช้กับงานโรงแรมได้ เช่น การบริการลูกค้า การทำงานเป็นทีม ความตรงต่อเวลา ภาษา และความพร้อมทำกะ ไม่ควรปล่อยหน้าประสบการณ์ว่าง แต่ควรใช้ฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ กิจกรรม และความรับผิดชอบจริงมาอธิบาย
ประสบการณ์แบบไหนนำมาใช้แทนงานโรงแรมได้
งานร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ งานขาย งานแคชเชียร์ คอลเซ็นเตอร์ งานอีเวนต์ และการดูแลลูกค้าล้วนเชื่อมโยงกับงานโรงแรมได้ ตัวอย่างเช่น หากเคยรับคำสั่งอาหารและแก้ปัญหาลูกค้า ให้เขียนหน้าที่นั้นตรง ๆ หากเคยเป็นผู้ประสานงานกิจกรรม ให้ระบุว่าดูแลตาราง ทีม หรือผู้เข้าร่วมอย่างไร หลีกเลี่ยงคำกว้างอย่างขยันและอดทนโดยไม่มีตัวอย่างสนับสนุน
เรซูเม่ควรมีข้อมูลติดต่อ ตำแหน่งที่ต้องการ การศึกษา ประสบการณ์หรือกิจกรรม ทักษะภาษา โปรแกรมที่ใช้ได้ และช่วงเวลาที่เริ่มงานได้ รูปถ่ายควรสุภาพหากประกาศขอ และตรวจหมายเลขโทรศัพท์กับอีเมลให้ถูกต้อง ถ้าสมัครหลายตำแหน่งควรปรับข้อความแนะนำตัวให้ตรง เช่น เน้นภาษาและการประสานงานสำหรับ Front Office หรือเน้นความละเอียดและความพร้อมใช้แรงสำหรับ Housekeeping
- อ่านประกาศและวงคำสำคัญ เช่น กะดึก ภาษา หรือประสบการณ์บริการ
- เลือกประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับหน้าที่ในประกาศ
- เขียนหน้าที่ด้วยสิ่งที่ทำจริง ไม่เพิ่มตำแหน่งหรือความสามารถ
- ตรวจภาษา วันที่ และข้อมูลติดต่อให้ครบ
- บันทึกไฟล์ด้วยชื่อที่ระบุตัวผู้สมัครและตำแหน่งได้ชัด
- ส่งตามช่องทางที่โรงแรมกำหนดและเก็บสำเนาประกาศไว้
ผู้สมัครที่ต้องการดูแนวทางเพิ่มเติมสามารถอ่าน คู่มือหางานโรงแรม แล้วปรับเรซูเม่ให้ตรงกับตำแหน่ง ไม่ควรใช้เรซูเม่ฉบับเดียวสมัครทุกแผนกโดยไม่แก้รายละเอียด
สัมภาษณ์งานโรงแรมครั้งแรกต้องเตรียมอะไรบ้าง
การสัมภาษณ์ครั้งแรกควรเตรียมข้อมูลโรงแรม หน้าที่ตำแหน่ง ตัวอย่างการบริการ และคำตอบเรื่องกะงานให้ชัด ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้คาดหวังประสบการณ์โรงแรมจากผู้สมัครทุกคน แต่จะสังเกตความสุภาพ ความซื่อสัตย์ การแก้สถานการณ์ และความพร้อมเรียนรู้
คำถามที่พบบ่อยคือเหตุผลที่อยากทำโรงแรม ทำไมเลือกแผนกนี้ รับกะได้หรือไม่ เดินทางอย่างไร และจะทำอย่างไรเมื่อแขกไม่พอใจ คำตอบที่ดีควรเป็นเรื่องจริงและบอกวิธีทำงาน เช่น ตั้งใจฟัง ขอโทษในส่วนที่เหมาะสม ตรวจข้อมูล และแจ้งหัวหน้าหากเกินอำนาจ ไม่ควรตอบว่าจะรับปากแขกทุกอย่าง เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย หรือกฎของโรงแรม
สำหรับตำแหน่งที่พบแขก อาจมีการแนะนำตัวภาษาอังกฤษหรือจำลองสถานการณ์สั้น ๆ หากฟังคำถามไม่ชัดควรขอให้ผู้สัมภาษณ์พูดซ้ำอย่างสุภาพ ดีกว่าเดาคำตอบ การแต่งกายควรสะอาด เรียบร้อย และเหมาะกับงานบริการ เตรียมเอกสารตามประกาศและไปก่อนเวลาเล็กน้อย หากสัมภาษณ์ออนไลน์ให้ทดสอบเสียง กล้อง และอินเทอร์เน็ตล่วงหน้า
- ศึกษาประเภทโรงแรม สถานที่ตั้ง และกลุ่มแขกหลัก
- อ่านหน้าที่ของตำแหน่งและเตรียมตัวอย่างทักษะที่เกี่ยวข้อง
- ฝึกแนะนำตัวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแบบสั้น
- วางแผนการเดินทางโดยคำนึงถึงกะเช้าและกะดึก
- เตรียมคำถามเรื่องหน้าที่ กะ สวัสดิการ และวันเริ่มงาน
- ส่งข้อความขอบคุณหรือยืนยันข้อมูลหากโรงแรมร้องขอ
เริ่มจากตำแหน่งไหนแล้วเติบโตในสายโรงแรมได้อย่างไร
ตำแหน่งเริ่มต้นแทบทุกแผนกมีเส้นทางเติบโต หากพนักงานทำมาตรฐานได้ สื่อสารกับทีมดี และเรียนรู้งานเพิ่ม การเลื่อนตำแหน่งไม่ได้ขึ้นกับอายุงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับผลงาน ตำแหน่งว่าง ภาษา และโครงสร้างของโรงแรมด้วย
Receptionist สามารถพัฒนาไปเป็น Front Office Supervisor, Duty Manager หรือสาย Reservations ได้ Room Attendant อาจเติบโตเป็น Floor Supervisor และ Housekeeping Supervisor พนักงานเสิร์ฟสามารถไปสาย Captain, Restaurant Supervisor หรือ Banquet ส่วน Commis จะพัฒนาตามสถานีและระดับความรับผิดชอบในครัว Technician Helper สามารถเพิ่มทักษะเฉพาะด้านและเติบโตใน Engineering ได้ เส้นทางเหล่านี้ใช้เวลาต่างกันและไม่มีระยะตายตัว
การย้ายแผนกก็เป็นไปได้ เช่น จาก F&B ไป Front Office หรือจาก Steward ไป Kitchen แต่ควรสร้างผลงานในงานปัจจุบันก่อน พัฒนาทักษะที่แผนกใหม่ต้องใช้ และพูดคุยกับหัวหน้าอย่างเป็นทางการ โรงแรมเครืออาจมีหลักสูตรฝึกและตำแหน่งภายในหลายแห่ง ขณะที่โรงแรมอิสระอาจให้โอกาสรับผิดชอบงานหลากหลายเร็วกว่า ผู้สมัครควรถามเรื่องการประเมินผลและการฝึกอบรม ไม่ควรถามเฉพาะว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อใด การเริ่มจากงานที่เข้ากับนิสัยช่วยให้รักษาคุณภาพและอยู่ในสายงานได้นานกว่าการเลือกจากภาพลักษณ์ของตำแหน่ง
สรุปแล้วคนไม่มีประสบการณ์ควรเริ่มสมัครงานโรงแรมอย่างไร
คนไม่มีประสบการณ์ควรเริ่มจากเลือกแผนกตามความถนัด ตรวจเงื่อนไขกะและพื้นที่ แล้วสมัครตำแหน่ง Entry Level ที่ระบุว่ายินดีรับนักศึกษาจบใหม่หรือไม่กำหนดประสบการณ์ จุดสำคัญคือแสดงทัศนคติบริการ ความรับผิดชอบ และประสบการณ์ที่นำมาปรับใช้ได้อย่างตรงไปตรงมา
หากภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง สามารถเริ่มจาก Housekeeping, Steward, Kitchen Helper หรือ Technician Helper พร้อมฝึกประโยคที่ใช้จริง หากชอบพบคนและพร้อมพัฒนาภาษา ให้พิจารณา Bellman, Waiter, Waitress, Hostess หรือ Receptionist ตามระดับที่ประกาศรับ ก่อนตอบรับงานให้เปรียบเทียบเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ สวัสดิการ กะ การเดินทาง และที่พัก โดยเฉพาะงานรีสอร์ตในพื้นที่ท่องเที่ยว
- เลือกสองแผนกที่ตรงกับบุคลิกและข้อจำกัดของตนเอง
- ทำเรซูเม่แยกตามตำแหน่งโดยใช้ประสบการณ์จริง
- ค้นหาประกาศที่รับผู้ไม่มีประสบการณ์และตรวจวันปิดรับ
- สมัครหลายโรงแรมที่เดินทางหรือย้ายไปทำงานได้จริง
- ฝึกสัมภาษณ์และประโยคภาษาอังกฤษตามสถานการณ์
- เปรียบเทียบข้อเสนอทั้งหมดก่อนยืนยันวันเริ่มงาน
ไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมทุกด้านจึงเริ่มสมัคร เพราะทักษะโรงแรมจำนวนมากเรียนรู้จากการฝึกและการทำงานจริง สิ่งที่ควรทำต่อคือเลือกตำแหน่งเป้าหมาย เตรียมเอกสาร และตรวจประกาศใหม่อย่างสม่ำเสมอ พร้อมประเมินทุกข้อเสนอจากหน้าที่จริงและคุณภาพชีวิต ไม่ใช่จากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีประสบการณ์ทำงานโรงแรม สมัครตำแหน่งอะไรได้บ้าง
ตำแหน่งที่สมัครได้มี Receptionist, Bellman, Room Attendant, Public Area Attendant, Waiter, Waitress, Steward, Kitchen Helper, Commis และ Technician Helper ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่แต่ละโรงแรมกำหนด ควรเลือกจากทักษะภาษา ความพร้อมทำกะ และลักษณะงานที่ถนัดมากกว่าดูจากชื่อตำแหน่งอย่างเดียว
จบใหม่สมัคร Receptionist โรงแรมได้ไหม
จบใหม่สมัคร Receptionist ได้หากประกาศระบุว่ายินดีรับนักศึกษาจบใหม่หรือไม่ได้บังคับประสบการณ์ ผู้สมัครควรสื่อสารภาษาไทยชัดเจน มีภาษาอังกฤษสำหรับสถานการณ์พื้นฐาน และใช้คอมพิวเตอร์ได้ ความรอบคอบและการควบคุมอารมณ์สำคัญ เพราะต้องดูแลข้อมูลการจอง การชำระเงิน และคำขอของแขก
ภาษาอังกฤษไม่เก่ง ทำงานโรงแรมได้หรือไม่
ทำได้ โดยเริ่มจากตำแหน่งที่พบแขกน้อย เช่น Room Attendant, Laundry Attendant, Steward, Kitchen Helper หรือ Technician Helper อย่างไรก็ตามควรฝึกคำศัพท์และประโยคบริการพื้นฐาน เพราะอาจพบแขกหรือต้องเข้าใจคำสั่งงานภาษาอังกฤษได้บ้าง โรงแรมในพื้นที่ที่มีแขกต่างชาติมากอาจกำหนดระดับภาษาสูงกว่าโรงแรมบางประเภท
งานโรงแรมตำแหน่งไหนเหมาะกับผู้หญิงหรือผู้ชาย
ตำแหน่งงานโรงแรมควรเลือกตามความสามารถ สุขภาพ ความสนใจ และหน้าที่จริง ไม่ควรแบ่งจากเพศเพียงอย่างเดียว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถทำ Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen หรือ Engineering ได้ตามคุณสมบัติ ผู้สมัครควรถามเรื่องการยกของ การยืน การเดิน และกะงานเพื่อประเมินว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่
งานโรงแรมต้องทำกะดึกทุกตำแหน่งไหม
ไม่ใช่ทุกตำแหน่งที่ต้องทำกะดึก Front Office, Security และ Engineering บางแห่งมีการจัดคนตลอดคืน ขณะที่ Housekeeping ส่วนใหญ่อยู่ช่วงกลางวัน และ F&B หรือ Kitchen จัดกะตามรอบบริการ ควรอ่านประกาศและถามตารางกะในการสัมภาษณ์ เพราะนโยบายของแต่ละโรงแรมไม่เหมือนกัน
เงินเดือนพนักงานโรงแรมจบใหม่เท่าไร
เงินเดือนขึ้นอยู่กับตำแหน่ง โรงแรม พื้นที่ วุฒิ ภาษา และนโยบายของนายจ้าง จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกแห่ง ควรพิจารณาเงินเดือนร่วมกับเซอร์วิสชาร์จ อาหารพนักงาน ยูนิฟอร์ม รถรับส่ง ที่พัก และค่ากะ โดยขอรายละเอียดจากโรงแรมก่อนตอบรับงาน
สมัครงานโรงแรมช่วง High season ดีกว่าไหม
ช่วงก่อนหรือระหว่าง High season โรงแรมรีสอร์ตบางพื้นที่อาจต้องการพนักงานเพิ่ม โดยเฉพาะ F&B, Housekeeping, Kitchen และงานชั่วคราว อย่างไรก็ตามช่วงฤดูกาลของภูเก็ต สมุย กระบี่ เขาหลัก และพื้นที่อื่นอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด ควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่องและตรวจให้ชัดว่าตำแหน่งเป็นงานประจำ งานตามฤดูกาล หรือพนักงานรายวัน
ไม่มีประสบการณ์ควรใส่อะไรในเรซูเม่สมัครโรงแรม
ควรใส่การศึกษา งานพาร์ตไทม์ ฝึกงาน กิจกรรม ทักษะภาษา โปรแกรมที่ใช้ได้ และช่วงเวลาที่เริ่มงานได้ ประสบการณ์จากร้านอาหาร งานขาย งานบริการลูกค้า หรืองานอีเวนต์สามารถนำมาเชื่อมกับตำแหน่งโรงแรมได้ เขียนเฉพาะสิ่งที่ทำจริงและปรับเรซูเม่ให้ตรงกับหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง


