นักศึกษาฝึกงาน

ฝึกงานโรงแรมให้ได้งานต่อ ต้องทำอะไรบ้าง

การฝึกงานโรงแรมให้ได้งานต่อ ต้องทำให้หัวหน้าเห็นว่าเราทำงานจริงได้ เรียนรู้เร็ว รับผิดชอบกะงาน และเข้ากับทีมได้ ควรเลือกแผนกให้ตรงความถนัด เก็บผลงาน ขอความคิดเห็นระหว่างฝึก และแจ้งความต้องการสมัครงานต่อก่อนจบฝึกงานอย่างเป็นมืออาชีพ

ฝึกงานโรงแรมให้ได้งานต่อ ต้องทำอะไรบ้าง

การฝึกงานโรงแรมให้ได้งานต่อ ต้องพิสูจน์ให้โรงแรมเห็นว่าเราพร้อมเป็นพนักงานจริง ทั้งเรื่องความตรงต่อเวลา มาตรฐานบริการ การทำงานเป็นทีม และการรับมือกับแขก ควรเรียนรู้งานเกินกว่าหน้าที่พื้นฐาน ขอคำแนะนำจากหัวหน้าเป็นระยะ เก็บหลักฐานผลงาน และแจ้งความสนใจสมัครงานต่อก่อนสิ้นสุดการฝึกงาน โดยไม่รอให้โรงแรมเป็นฝ่ายถาม

  • เลือกแผนกและประเภทโรงแรมให้ตรงกับเป้าหมายอาชีพ
  • ทำตัวให้ทีมไว้วางใจได้ทั้งเรื่องเวลา งาน และการสื่อสาร
  • ขอความคิดเห็นระหว่างฝึกเพื่อแก้จุดอ่อนก่อนประเมินรอบสุดท้าย
  • เก็บผลงานและข้อมูลหน้าที่จริงไว้ใช้สมัครงาน
  • คุยเรื่องตำแหน่งว่างกับหัวหน้าและ HR ก่อนวันฝึกงานสิ้นสุด

ฝึกงานโรงแรมแผนกไหนดีถึงมีโอกาสได้งานต่อ

แผนกที่เหมาะที่สุดคือแผนกที่ตรงกับทักษะ บุคลิก และรูปแบบการทำงานของเรา เพราะโรงแรมมักพิจารณารับนักศึกษาฝึกงานที่ทำหน้าที่จริงได้และมีแนวโน้มอยู่กับทีมต่อ ไม่ควรเลือกจากภาพลักษณ์ของตำแหน่งเพียงอย่างเดียว

คนที่ชอบพบแขก แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และใช้ภาษาอังกฤษ อาจเหมาะกับ Front Office เช่น Receptionist, Guest Service Agent หรือ Bell Attendant ส่วนคนละเอียดและชอบงานเป็นระบบอาจเหมาะกับ Housekeeping เช่น Room Attendant หรือ Public Area Attendant หากชอบงานบริการที่เคลื่อนไหวเร็ว F&B Service เช่น Waiter, Waitress หรือ Banquet Staff เป็นอีกเส้นทางที่ได้ฝึกกับสถานการณ์จริงมาก

Kitchen เหมาะกับผู้ที่รับแรงกดดันได้ รักษาความสะอาด และทำตามมาตรฐานสูตรอาหาร ส่วน Engineering ต้องอาศัยพื้นฐานช่างและความปลอดภัย ขณะที่ HR และ Sales ต้องใช้การประสานงาน เอกสาร และการสื่อสารกับหลายฝ่าย โรงแรมแต่ละแห่งมีจำนวนตำแหน่งว่างไม่เท่ากัน โอกาสได้งานต่อจึงขึ้นอยู่กับผลงานและอัตรากำลังในช่วงนั้นด้วย

แผนกงานที่ได้ฝึกคุณสมบัติที่ทีมมองหา
Front Officeเช็กอิน รับเรื่องแขก ประสานงานภาษา การแก้ปัญหา ความสุภาพ
Housekeepingตรวจห้อง ทำห้อง ดูแลพื้นที่ความละเอียด ความเร็ว มาตรฐาน
F&Bรับออร์เดอร์ เสิร์ฟ จัดงานงานทีม ความคล่องตัว ใจบริการ
Kitchenเตรียมวัตถุดิบ ผลิตอาหารวินัย สุขอนามัย ความอดทน
Engineeringตรวจระบบและงานซ่อมบำรุงพื้นฐานช่าง ความปลอดภัย
HR และ Salesเอกสาร บุคลากร และประสานลูกค้าการสื่อสาร ความเป็นระบบ

วันแรกของการฝึกงานโรงแรมควรเตรียมตัวยังไง

วันแรกควรไปถึงก่อนเวลานัด เตรียมเอกสารและการแต่งกายให้ครบ พร้อมจดกฎของโรงแรม ชื่อผู้ดูแล และรายละเอียดกะงาน เป้าหมายไม่ใช่การแสดงว่ารู้ทุกอย่าง แต่คือการแสดงว่าเราพร้อมเรียนรู้และปฏิบัติตามมาตรฐาน

สิ่งที่ต้องถามให้ชัดก่อนเริ่มกะ

สอบถามจุดลงเวลา พื้นที่สำหรับพนักงาน วิธีรับตารางกะ ช่องทางแจ้งลา ผู้ที่ต้องรายงานงาน และข้อห้ามเกี่ยวกับข้อมูลแขก หากได้รับยูนิฟอร์ม ควรตรวจความเรียบร้อยและถามมาตรฐานเรื่องรองเท้า ผม เล็บ เครื่องประดับ และป้ายชื่อ โรงแรมหรู โรงแรมบูทีค และรีสอร์ตอาจมีข้อกำหนดต่างกัน

เตรียมสมุดเล่มเล็กสำหรับจดขั้นตอน ชื่ออุปกรณ์ คำย่อ และประโยคที่ใช้กับแขก แต่อย่าจดข้อมูลส่วนบุคคล หมายเลขห้อง หรือรายละเอียดที่เป็นความลับ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องใดให้ถามก่อนทำ โดยเฉพาะการรับเงิน การออกกุญแจห้อง การจัดการอาหาร และการใช้อุปกรณ์ช่าง

  • บัตรประชาชน หนังสือส่งตัว และเอกสารที่ HR แจ้ง
  • ยูนิฟอร์ม รองเท้า และอุปกรณ์ตามระเบียบ
  • สมุดจด ปากกา และโทรศัพท์ที่ปิดเสียงระหว่างงาน
  • ข้อมูลเส้นทางและเวลาเดินทางสำหรับกะเช้าและกะดึก
  • เบอร์ติดต่อหัวหน้างานหรือ HR เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

นักศึกษาฝึกงานต้องทำตัวยังไงให้หัวหน้าอยากรับเข้าทำงาน

หัวหน้ามักอยากรับคนที่ไว้วางใจได้มากกว่าคนที่ดูเก่งเฉพาะบางวัน ความสม่ำเสมอในการมาทำงาน รับผิดชอบงาน และสื่อสารเมื่อมีปัญหา จึงมีผลต่อโอกาสได้งานต่ออย่างมาก

เริ่มจากรักษาเวลาและเตรียมพร้อมก่อนกะ หากทำงานไม่ทันหรือเกิดความผิดพลาดให้รายงานทันที พร้อมบอกข้อเท็จจริงและสิ่งที่กำลังแก้ อย่าปกปิดหรือโยนความผิดให้เพื่อน การบริการโรงแรมเชื่อมต่อหลายแผนก ความผิดพลาดเล็กใน Front Office อาจกระทบ Housekeeping และ F&B ได้ การสื่อสารที่เร็วและชัดจึงสำคัญ

ทำมากกว่าหน้าที่โดยไม่ก้าวก่าย

เมื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ ควรถามหัวหน้าว่ามีอะไรให้ช่วยต่อ ไม่ควรหยิบงานสำคัญมาทำเองโดยยังไม่ได้รับอนุญาต สังเกตว่าช่วงไหนทีมยุ่งและช่วยงานพื้นฐานที่ผ่านการสอนแล้ว เช่น เติมของ ตรวจความเรียบร้อย หรือเตรียมพื้นที่สำหรับกะถัดไป

ควรปฏิบัติต่อพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และนักศึกษาฝึกงานด้วยความเคารพเท่ากัน โรงแรมมักถามความเห็นจากคนในทีมก่อนรับเข้าทำงาน พฤติกรรมหลังบ้านจึงสำคัญพอ ๆ กับท่าทีต่อหน้าแขก

ฝึกงานโรงแรมต้องเก็บผลงานอะไรไว้สมัครงานต่อ

ควรเก็บข้อมูลหน้าที่ที่ทำ ทักษะที่เรียนรู้ คำชม และผลลัพธ์ที่อธิบายได้โดยไม่เปิดเผยข้อมูลแขก หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้เรซูเม่และการสัมภาษณ์มีน้ำหนักมากกว่าการเขียนเพียงว่าเคยฝึกงานโรงแรม

บันทึกชื่อระบบหรือเครื่องมือที่ได้ใช้ ระดับความรับผิดชอบ ประเภทกะ และงานที่ทำได้ด้วยตนเอง เช่น ช่วยขั้นตอนเช็กอินตามสิทธิ์ที่ได้รับ ตรวจความพร้อมของห้อง จัดเตรียมห้องประชุม รับออร์เดอร์ หรือเตรียมวัตถุดิบ ควรระบุเฉพาะสิ่งที่ทำจริง และไม่ถ่ายภาพเอกสารภายใน หน้าจอระบบ หรือแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต

  1. จดหน้าที่สำคัญหลังจบแต่ละสัปดาห์
  2. เลือกเหตุการณ์ที่แสดงการแก้ปัญหา การบริการ และงานทีม
  3. เขียนสถานการณ์ หน้าที่ วิธีที่ทำ และผลลัพธ์แบบสั้น
  4. ขออนุญาตหัวหน้าก่อนนำเอกสารหรือภาพผลงานไปใช้
  5. นำข้อมูลมาปรับเรซูเม่และเตรียมคำตอบสัมภาษณ์

ก่อนจบฝึกงานควรขอหนังสือรับรองหรือเอกสารประเมินตามระบบของโรงแรม หากหัวหน้ายินดีเป็นผู้รับรอง ให้ขอช่องทางติดต่อที่เหมาะสมและแจ้งก่อนนำชื่อไปอ้างอิง จากนั้นตรวจสอบ ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย เพื่อดูว่าทักษะที่เก็บมาสอดคล้องกับงานระดับเริ่มต้นใดบ้าง

ควรขอ Feedback จากหัวหน้าฝึกงานตอนไหน

ควรขอความคิดเห็นอย่างน้อยในช่วงต้น ช่วงกลาง และก่อนจบฝึกงาน ไม่ควรรอวันประเมินสุดท้าย เพราะจะไม่มีเวลาแก้พฤติกรรมหรือเติมทักษะที่ทีมยังไม่มั่นใจ

ถามอย่างไรให้ได้คำตอบที่นำไปใช้จริง

แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่าทำงานดีไหม ให้ถามว่า งานส่วนไหนที่ทำได้ตามมาตรฐานแล้ว จุดใดต้องปรับก่อนรับผิดชอบเอง และถ้าจะสมัครงานต่อควรพัฒนาทักษะอะไร คำถามแบบนี้ช่วยให้หัวหน้าตอบเป็นเรื่องงาน ไม่กลายเป็นเพียงคำให้กำลังใจ

เมื่อได้รับคำแนะนำควรจด สรุปความเข้าใจ และกำหนดสิ่งที่จะเปลี่ยน เช่น ฝึกคำศัพท์สำหรับรับโทรศัพท์ เพิ่มความเร็วในการจัดโต๊ะ หรือทบทวนขั้นตอนตรวจห้อง จากนั้นกลับไปขอให้หัวหน้าดูอีกครั้งว่าดีขึ้นหรือยัง วิธีนี้แสดงให้เห็นว่าเรารับ Feedback ได้และพัฒนาตัวเองจริง

  1. นัดเวลาที่ไม่ตรงกับช่วงแขกหนาแน่น
  2. เตรียมคำถามเกี่ยวกับงานไม่เกินประเด็นสำคัญ
  3. ฟังให้จบและขอตัวอย่างเมื่อคำแนะนำยังไม่ชัด
  4. เลือกเรื่องที่แก้ได้ทันทีและลงมือในกะถัดไป
  5. รายงานความคืบหน้าและขอประเมินซ้ำ

ฝึกงานโรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเมืองท่องเที่ยวต่างกันอย่างไร

โรงแรมแต่ละพื้นที่ให้ประสบการณ์ต่างกันตามประเภทแขก ฤดูกาล และรูปแบบธุรกิจ กรุงเทพฯ มักมีทั้งแขกธุรกิจ งานประชุม และนักท่องเที่ยว ส่วนภูเก็ต สมุย กระบี่ และเขาหลักมีลักษณะรีสอร์ตและได้รับผลจาก High season กับ Low season ชัดกว่า

โรงแรมในสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจเน้นความรวดเร็ว การประสานงาน และภาษา เพราะมีแขกหลายกลุ่ม โรงแรมประชุมสัมมนามีงาน Banquet และ Sales ที่ต้องจัดการกำหนดการจำนวนมาก ส่วนบูทีคโฮเทลในเชียงใหม่อาจมีทีมเล็ก นักศึกษาฝึกงานจึงได้เห็นงานหลายหน้าที่ แต่ต้องปรับตัวและช่วยงานข้ามส่วนมากขึ้น

รีสอร์ตในป่าตอง กะรน สมุย กระบี่ หรือเขาหลักมักให้ประสบการณ์ด้าน Leisure Guest กิจกรรม และการทำงานเป็นกะตามเที่ยวบินหรือโปรแกรมท่องเที่ยว ขณะที่พัทยาและหัวหินมีทั้งลูกค้าพักผ่อน กรุ๊ป และงานสัมมนา ตารางงานจึงเปลี่ยนตาม Occupancy และอีเวนต์

พื้นที่หรือประเภทโรงแรมลักษณะงานเด่นเรื่องที่ต้องเตรียม
กรุงเทพฯแขกธุรกิจ นักท่องเที่ยว และงานประชุมการเดินทาง ภาษา และความรวดเร็ว
ภูเก็ต สมุย กระบี่ เขาหลักรีสอร์ต แขกพักยาว และฤดูกาลท่องเที่ยวที่พักพนักงาน กะงาน และการเดินทาง
เชียงใหม่บูทีค วัฒนธรรม และกลุ่มพักผ่อนความยืดหยุ่นในทีมขนาดเล็ก
พัทยา หัวหินกรุ๊ป สัมมนา และวันหยุดงาน Banquet และกะช่วงวันหยุด

ก่อนเลือกสถานที่ควรดู โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน แล้วถามเรื่องที่พัก อาหารพนักงาน รถรับส่ง วันหยุด และโอกาสหมุนเวียนแผนกให้ชัด

ฝึกงานโรงแรมมีเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ และสวัสดิการไหม

ค่าตอบแทนของนักศึกษาฝึกงานไม่มีรูปแบบเดียว บางโรงแรมมีเบี้ยเลี้ยง อาหาร ที่พัก รถรับส่ง หรือสิทธิอื่น ขณะที่บางแห่งอาจไม่มีเงินเดือนหรือเซอร์วิสชาร์จสำหรับผู้ฝึกงาน ต้องตรวจสอบกับ HR และเอกสารรับฝึกโดยตรง

อย่าใช้ข้อมูลจากพนักงานคนหนึ่งแทนเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ เพราะสิทธิอาจต่างกันตามสถานะ แผนก ระยะเวลาฝึก และนโยบายของโรงแรม ควรถามว่าเบี้ยเลี้ยงจ่ายเมื่อใด มีเงื่อนไขการลงเวลาหรือไม่ อาหารครอบคลุมกี่มื้อ ยูนิฟอร์มมีค่าใช้จ่ายหรือเงินประกันหรือไม่ และที่พักพนักงานอยู่ห่างจากโรงแรมแค่ไหน

หากได้รับงานต่อ เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จจะขึ้นอยู่กับโรงแรม ตำแหน่ง พื้นที่ และผลประกอบการในแต่ละช่วง ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตอบรับ โดยแยกเงินเดือนประจำ รายได้ผันแปร วันหยุด กะงาน ช่วงทดลองงาน และเงื่อนไขที่พักให้ชัด สามารถใช้หน้า เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย เป็นข้อมูลประกอบ แต่ควรถาม HR ของโรงแรมอีกครั้ง เพราะยอดและสิทธิอาจเปลี่ยนได้

ควรบอก HR ว่าอยากทำงานต่อตอนไหนและพูดอย่างไร

ควรแจ้งความสนใจประมาณช่วงกลางถึงช่วงท้ายของการฝึกงาน หลังจากมีผลงานให้ทีมเห็นแล้วและยังเหลือเวลาสำหรับขั้นตอนสมัคร อย่ารอถึงวันสุดท้าย เพราะตำแหน่งอาจต้องผ่านการอนุมัติ สัมภาษณ์ และตรวจเอกสาร

เริ่มจากคุยกับหัวหน้างานโดยตรงว่าชอบงานส่วนใดและต้องการสมัครตำแหน่งอะไร ขอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าทักษะปัจจุบันพร้อมหรือยัง จากนั้นติดต่อ HR ตามช่องทางของโรงแรม พร้อมส่งเรซูเม่ฉบับปรับปรุงและระบุวันที่เริ่มงานได้

ตัวอย่างประเด็นที่ควรพูด

บอกว่าจากการฝึกงานในแผนกใด เราได้เรียนรู้งานอะไร รับผิดชอบส่วนใดได้ และต้องการสมัครตำแหน่งระดับเริ่มต้นที่เกี่ยวข้อง ควรใช้ภาษาสุภาพและชัดเจน ไม่กดดันให้หัวหน้ารับปาก หากยังไม่มีตำแหน่งว่าง ให้ขออนุญาตฝากประวัติและถามช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับติดตามผล

การได้คำชมระหว่างฝึกงานไม่เท่ากับได้รับ Job Offer ต้องรอข้อเสนออย่างเป็นทางการและตรวจรายละเอียดเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ วันเริ่มงาน และกะงานก่อนตัดสินใจ หากโรงแรมเดิมยังไม่มีตำแหน่ง สามารถสมัครโรงแรมอื่นโดยใช้ประสบการณ์ที่ได้มา และอ่าน คู่มือหางานโรงแรม เพื่อเตรียมเรซูเม่กับการสัมภาษณ์

ข้อผิดพลาดอะไรที่ทำให้ฝึกงานโรงแรมแล้วไม่ได้งานต่อ

สาเหตุที่พบบ่อยคือขาดความสม่ำเสมอ มาสาย ใช้โทรศัพท์ระหว่างงาน ไม่รับ Feedback และสื่อสารปัญหาช้า แม้นักศึกษาจะมีทักษะดี แต่ถ้าทีมไม่มั่นใจว่าจะฝากกะหรืองานบริการไว้ได้ โอกาสรับต่อก็ลดลง

อีกข้อผิดพลาดคือเลือกทำเฉพาะงานที่ชอบ ปฏิเสธงานพื้นฐาน หรือเปรียบเทียบตัวเองกับพนักงานประจำโดยไม่เข้าใจขอบเขตความรับผิดชอบ นักศึกษาฝึกงานควรเรียนรู้ตั้งแต่งานเตรียมพื้นที่ การทำความสะอาด การตรวจเช็ก ไปจนถึงการส่งต่องาน เพราะงานเหล่านี้ทำให้เห็นมาตรฐานจริงของโรงแรม

ห้ามโพสต์ข้อมูลแขก เหตุการณ์ภายใน ตารางงาน หรือภาพพื้นที่หลังบ้านลงสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงไม่ควรนำเรื่องร้องเรียนของแขกไปเล่าเพื่อความสนุก ความลับและความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญในทุกแผนก

อย่างไรก็ตาม การไม่ได้งานต่อไม่ได้แปลว่าฝึกงานไม่ดีเสมอไป โรงแรมอาจไม่มี Headcount อยู่ในช่วง Low season หรือกำลังปรับโครงสร้าง ควรถามเหตุผลอย่างสุภาพ ขอคำแนะนำ และนำประสบการณ์ไปสมัครตำแหน่งใกล้เคียงที่โรงแรมอื่น

สรุปแล้วต้องทำอะไรต่อเพื่อเปลี่ยนจากเด็กฝึกงานเป็นพนักงานโรงแรม

การได้งานต่อเกิดจากสามเรื่องร่วมกัน คือผลงานที่ทีมเห็น ความน่าไว้วางใจในการทำงาน และจังหวะที่โรงแรมมีตำแหน่งว่าง เราควบคุมอัตรากำลังไม่ได้ แต่เตรียมตัวให้พร้อมและสื่อสารความต้องการได้

แผนลงมือทำตั้งแต่สัปดาห์นี้

  1. เลือกแผนกและประเภทโรงแรมที่ตรงกับเป้าหมายอาชีพ
  2. ถามมาตรฐานงาน กะงาน และเกณฑ์ประเมินให้ชัดตั้งแต่ช่วงแรก
  3. จดผลงานและปัญหาที่เคยแก้โดยไม่เปิดเผยข้อมูลแขก
  4. ขอ Feedback ช่วงกลางการฝึกและแก้จุดอ่อนทันที
  5. ปรับเรซูเม่ให้ระบุหน้าที่จริงและทักษะของแผนก
  6. แจ้งหัวหน้าและ HR ว่าต้องการสมัครงานต่อก่อนวันสุดท้าย
  7. ตรวจเงื่อนไขเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และกะงานก่อนรับข้อเสนอ
  8. สมัครตำแหน่งสำรองในพื้นที่ที่เหมาะ หากโรงแรมเดิมยังไม่มีอัตราว่าง

สุดท้าย อย่าพยายามทำให้ตัวเองดูเป็นคนที่ไม่เคยผิดพลาด โรงแรมต้องการคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาด สื่อสารกับทีม และรักษามาตรฐานได้ทุกกะ หากทำสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ช่วงฝึกงานจะกลายเป็นทั้งการทดลองอาชีพ แหล่งผลงาน และโอกาสเข้าสู่งานโรงแรมอย่างจริงจัง

คำถามที่พบบ่อย

ฝึกงานโรงแรมแผนกไหนมีโอกาสได้งานต่อมากที่สุด

ไม่มีแผนกใดรับประกันว่าจะได้งานต่อ เพราะขึ้นอยู่กับผลงานและตำแหน่งว่างของโรงแรม Front Office, Housekeeping, F&B และ Kitchen มักมีเส้นทางงานระดับเริ่มต้นที่ชัดเจน แต่ควรเลือกให้ตรงกับทักษะและลักษณะการทำงานของตัวเอง เมื่อทำงานได้ตามมาตรฐานและเข้ากับทีมได้ โอกาสจะดีกว่าการเลือกแผนกจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ฝึกงานโรงแรมต้องพูดภาษาอังกฤษได้ไหม

ระดับภาษาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและกลุ่มแขกของโรงแรม Front Office, Guest Relations, F&B และ Sales มักใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าแผนกหลังบ้าน ควรฝึกประโยคที่ใช้จริงกับแขกและคำศัพท์ประจำแผนก ไม่จำเป็นต้องพูดสมบูรณ์แบบ แต่ต้องกล้าสื่อสารและรู้ว่าเมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

ฝึกงานโรงแรมได้เงินเดือนหรือเซอร์วิสชาร์จไหม

บางโรงแรมมีเบี้ยเลี้ยง อาหาร ที่พัก หรือรถรับส่ง แต่บางแห่งไม่มีเงินเดือนสำหรับนักศึกษาฝึกงาน สิทธิในเซอร์วิสชาร์จขึ้นอยู่กับนโยบายและสถานะการจ้างของแต่ละโรงแรม ควรถาม HR และตรวจเอกสารรับฝึกก่อนเริ่มงาน ไม่ควรสรุปจากข้อมูลของโรงแรมอื่น

ควรขอทำงานต่อก่อนจบฝึกงานกี่วัน

ควรเริ่มคุยในช่วงกลางถึงช่วงท้ายของการฝึกงาน โดยให้เหลือเวลาพอสำหรับการประเมินและขั้นตอนของ HR ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละโรงแรม ควรคุยกับหัวหน้างานก่อน แล้วส่งเรซูเม่และวันที่พร้อมเริ่มงานให้ HR อย่างเป็นทางการ

ฝึกงานโรงแรมแล้วไม่ได้งานต่อควรทำอย่างไร

ควรถามหัวหน้าอย่างสุภาพว่าเหตุผลมาจากทักษะ ผลงาน หรือตำแหน่งว่าง หากเป็นจุดที่พัฒนาได้ ให้นำคำแนะนำไปปรับเรซูเม่และเตรียมสัมภาษณ์ หากโรงแรมไม่มีอัตราในช่วง Low season ให้ฝากประวัติไว้และสมัครโรงแรมอื่นพร้อมกัน ประสบการณ์ฝึกงานยังใช้เป็นหลักฐานว่าคุณเข้าใจงานและกะโรงแรมจริง

ฝึกงานโรงแรมต้องเข้ากะดึกหรือทำงานวันหยุดไหม

ขึ้นอยู่กับแผนก ตารางฝึก และข้อตกลงระหว่างโรงแรมกับสถาบัน โรงแรมเปิดบริการทุกวัน บางแผนกจึงมีทั้งกะเช้า กะบ่าย กะดึก และงานวันหยุด ควรถามตารางกะ วิธีเดินทาง และมาตรการความปลอดภัยก่อนเริ่มฝึก หากมีข้อจำกัดต้องแจ้ง HR ตั้งแต่ต้น

เรซูเม่หลังฝึกงานโรงแรมควรเขียนอะไรบ้าง

ควรระบุชื่อแผนก ระยะเวลาฝึก หน้าที่จริง ระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้ และทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งใหม่ ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาหรือการทำงานร่วมกับทีมโดยไม่เปิดเผยข้อมูลแขก หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ เช่น ทำทุกอย่าง และไม่ควรเขียนหน้าที่ที่ไม่เคยทำจริง ควรปรับเรซูเม่ให้ตรงกับประกาศงานแต่ละตำแหน่ง

นักศึกษาฝึกงานโรงแรมควรถามอะไรในวันสัมภาษณ์

ควรถามหน้าที่หลัก แผนกที่จะสังกัด ตารางกะ ผู้ดูแล และเกณฑ์ประเมิน นอกจากนี้ควรถามเรื่องอาหาร ยูนิฟอร์ม ที่พัก รถรับส่ง เบี้ยเลี้ยง และเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัด หากสนใจงานต่อ สามารถถามอย่างสุภาพว่าโรงแรมมีแนวทางพิจารณานักศึกษาฝึกงานเข้าทำงานอย่างไร คำตอบจะช่วยให้วางแผนการฝึกและค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม

สร้าง Resume สมัครงานโรงแรม ฟรี กรอกครั้งเดียว ส่งให้โรงแรมได้หลายที่ มี AI ช่วยขัดเกลาให้ดูเป็นมืออาชีพ
เริ่มสร้าง Resume

งานโรงแรมที่เปิดรับตอนนี้

อัปเดตทุกวันจากเครือโรงแรมทั่วไทย

ใหม่
Spa & Wellness Surat Thani full-time
ใหม่
💰 ฿20,000 – ฿30,000 per month General Management Phuket full-time
ใหม่
💰 ฿35,000 – ฿40,000 per month Sales Phuket full-time
ใหม่
HR Surat Thani full-time
ใหม่
Engineering Surat Thani full-time

ดูงานทั้งหมด →

อ่านต่อ

ทำงานรีสอร์ตต่างจังหวัดกับโรงแรมในเมือง ต่างกันอย่างไร

งานรีสอร์ตต่างจังหวัดกับโรงแรมในเมืองต่างกันที่รูปแบบแขก จังหวะงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต และโอกาสเติบโต รีสอร์ตมักมีงานที่เชื่อมกับการพักผ่อนและฤดูกาลท่องเที่ยว ส่วนโรงแรมในเมืองอาจมีทั้งแขกธุรกิจ นักท่องเที่ยว และงานประชุม จึงควรเทียบรายได้รวม สวัสดิการ กะงาน และเงื่อนไขการย้ายที่อยู่ก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ →

ทีม Pre-opening โรงแรมใหม่ โอกาสและสิ่งที่ต้องเจอ

ทีม Pre-opening คือทีมที่เตรียมโรงแรมใหม่ให้พร้อมเปิดบริการ ตั้งแต่จัดระบบงาน ทดลองใช้อุปกรณ์ ฝึกทีม ไปจนถึงซ้อมรับแขกจริง จึงเป็นโอกาสเรียนรู้งานรอบด้านและสร้างผลงานตั้งแต่ต้น แต่ต้องรับมือกับแผนที่เปลี่ยน งานนอกหน้าที่ และรายได้บางส่วนที่ยังไม่แน่นอน ก่อนตอบรับควรถามเรื่องวันเริ่มจ้าง เงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ กะงาน และแผนรองรับหากโรงแรมเปิดล่าช้าให้ชัดเจน

อ่านต่อ →
คนโรงแรมไทยไปทำงานต่างประเทศ เริ่มจากตรงไหน

คนโรงแรมไทยไปทำงานต่างประเทศ เริ่มจากตรงไหน

คนโรงแรมไทยที่อยากไปทำงานต่างประเทศควรเริ่มจากเลือกตำแหน่งที่ตรงกับประสบการณ์ ประเมินภาษาอังกฤษ และศึกษานายจ้างกับเส้นทางสมัครที่ตรวจสอบได้ ก่อนเตรียมเรซูเม่และเข้าสัมภาษณ์ เมื่อได้รับข้อเสนอ ต้องดูเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่าย สวัสดิการ กะงาน และเงื่อนไขการทำงานให้ครบ พร้อมตรวจสอบสิทธิทำงานในประเทศปลายทางก่อนลาออกหรือเดินทาง

อ่านต่อ →
Advertised · HotelXcademy.com

E-Book สำหรับคนโรงแรม

พัฒนาทักษะ เตรียมพร้อมก่อนสมัครงาน

ทักแชท