เส้นทางอาชีพ

งาน Sales โรงแรมคืออะไร ขายอะไร รายได้มาจากไหน

งาน Sales โรงแรมคือการขายห้องพัก ห้องประชุม งานจัดเลี้ยง และบริการของโรงแรมให้แก่บริษัท เอเจนซี และลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ รายได้ของพนักงานมักประกอบด้วยเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และค่าตอบแทนตามผลงานในบางโรงแรม โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่ง นโยบายโรงแรม และพื้นที่ทำงาน

งาน Sales โรงแรมคืออะไร ขายอะไร รายได้มาจากไหน

งาน Sales โรงแรมคือการหาลูกค้า ดูแลบัญชีลูกค้า และขายรายได้จากห้องพัก ห้องประชุม งานสัมมนา งานแต่งงาน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงแพ็กเกจต่าง ๆ รายได้พนักงานมักมาจากเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และโบนัสหรืออินเซนทีฟตามผลงานในบางแห่ง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ประเภทโรงแรม พื้นที่ และนโยบายของนายจ้าง

  • Sales โรงแรมขายทั้งห้องพัก งานประชุม งานจัดเลี้ยง และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
  • ลูกค้าหลักมีทั้งบริษัท เอเจนซี กรุ๊ปทัวร์ ผู้จัดงาน และลูกค้างานแต่งงาน
  • ผลงานวัดจากรายได้ ยอดห้องพัก จำนวนลูกค้าใหม่ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
  • รายได้พนักงานขึ้นอยู่กับเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ สวัสดิการ และค่าตอบแทนตามผลงานของแต่ละโรงแรม
  • คนทำงานต้องสื่อสารดี ติดตามงานเป็นระบบ และประสานหลายแผนกได้

งาน Sales โรงแรมทำหน้าที่อะไรบ้าง

หน้าที่หลักของ Sales โรงแรมคือเปลี่ยนความต้องการของลูกค้าให้เป็นรายได้ที่เหมาะสมกับโรงแรม ตั้งแต่หาลูกค้า เสนอราคา พาชมสถานที่ เจรจาเงื่อนไข ติดตามการตัดสินใจ ไปจนถึงส่งต่องานให้ฝ่ายปฏิบัติการ

ในแต่ละวัน Sales อาจโทรหาบริษัทเพื่อแนะนำเรตราคาห้องพัก นัดพบฝ่ายจัดซื้อ ตอบอีเมลเอเจนซี ทำใบเสนอราคางานสัมมนา หรือประสานรายละเอียดงานแต่งงาน ลูกค้าหนึ่งรายอาจใช้บริการหลายส่วน เช่น จองห้องพักพร้อมห้องประชุม อาหารกลางวัน รถรับส่ง และงานเลี้ยงตอนเย็น Sales จึงต้องเข้าใจสินค้าของโรงแรมมากกว่าการรู้ราคาห้องเพียงอย่างเดียว

หลังปิดการขาย งานยังไม่จบ พนักงานต้องบันทึกข้อตกลง ตรวจสัญญา และส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้ Reservations, Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering และ Finance หากจำนวนแขก เวลาเสิร์ฟอาหาร หรือรูปแบบห้องประชุมผิดพลาด ประสบการณ์ของลูกค้าและต้นทุนโรงแรมอาจได้รับผลกระทบ

Sales ต่างจากพนักงานขายทั่วไปอย่างไร

สินค้าของโรงแรมมีวันหมดอายุ ห้องที่ขายไม่ได้ในคืนนี้ไม่สามารถเก็บไปขายพรุ่งนี้ได้ Sales จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการปิดยอด ราคา ความพร้อมของห้อง และกำลังให้บริการ โดยทำงานร่วมกับ Revenue และ Reservations อย่างใกล้ชิด

Sales โรงแรมขายอะไร ไม่ได้ขายแค่ห้องพักใช่ไหม

Sales โรงแรมไม่ได้ขายเฉพาะห้องพัก แต่ขายพื้นที่ เวลา การบริการ และประสบการณ์ที่ประกอบกันเป็นรายได้ โรงแรมแต่ละประเภทจะมีสัดส่วนสินค้าที่ขายต่างกันตามทำเล ขนาด และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สินค้าหรือบริการลูกค้าที่พบบ่อยสิ่งที่ Sales ต้องรู้
ห้องพักรายคืนหรือสัญญาบริษัทบริษัท สายการบิน เอเจนซี และนักเดินทางธุรกิจประเภทห้อง ช่วงวันใช้บริการ เงื่อนไขราคา และนโยบายยกเลิก
กรุ๊ปทัวร์และกรุ๊ปประชุมบริษัททัวร์ ผู้จัดประชุม สมาคม และองค์กรจำนวนห้อง อาหาร รถรับส่ง ห้องประชุม และกำหนดชำระเงิน
ห้องประชุมและสัมมนาบริษัท หน่วยงาน และผู้จัดอีเวนต์ความจุ รูปแบบการจัดห้อง อุปกรณ์ ระบบเสียง และเมนูอาหาร
งานแต่งงานและงานเลี้ยงคู่บ่าวสาว ครอบครัว และผู้จัดงานแพ็กเกจ อาหาร การตกแต่ง ลำดับพิธี และแผนสำรอง
ร้านอาหาร สปา และกิจกรรมแขกโรงแรม ลูกค้าท้องถิ่น และกรุ๊ปพิเศษเวลาให้บริการ ข้อจำกัด ราคา และความพร้อมของทีม

โรงแรมประชุมสัมมนาอาจให้น้ำหนักกับห้องบอลรูมและแพ็กเกจอาหาร ขณะที่รีสอร์ตภูเก็ต สมุย กระบี่ หรือเขาหลักอาจขายแพ็กเกจพักผ่อน งานแต่งริมทะเล และกิจกรรมปลายทาง ส่วนบูทีคโฮเทลในเชียงใหม่อาจเน้นประสบการณ์เฉพาะตัว กรุ๊ปขนาดเล็ก และลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์

Sales ที่ดีต้องรู้ว่าสิ่งใดขายรวมกันได้ สิ่งใดมีต้นทุนเพิ่มเติม และเรื่องใดต้องขออนุมัติก่อนรับปากลูกค้า การขายเกินความสามารถของโรงแรมอาจทำยอดได้ระยะสั้น แต่สร้างปัญหาให้ฝ่ายปฏิบัติการและเสียความเชื่อมั่นระยะยาว

ลูกค้าของ Sales โรงแรมมีใครบ้าง

ลูกค้าของ Sales โรงแรมมีทั้งองค์กร ตัวแทนท่องเที่ยว ผู้จัดงาน และลูกค้ารายบุคคล แต่ละกลุ่มมีวิธีซื้อ รอบการตัดสินใจ และเงื่อนไขต่างกัน พนักงานจึงมักได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดหรือบัญชีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

Corporate, Travel Agent และ MICE คืออะไร

Corporate คือลูกค้าบริษัทที่ส่งพนักงานเดินทางหรือจัดประชุมเป็นประจำ Travel Agent และ Tour Operator ช่วยนำห้องพักไปขายแก่ลูกค้าของตน ส่วน MICE ครอบคลุมการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การประชุมขนาดใหญ่ และนิทรรศการ ซึ่งมักมีรายละเอียดหลายส่วนและมูลค่างานขึ้นอยู่กับขนาดของกรุ๊ป

นอกจากนี้ยังมี Government, Airline Crew, Wholesale, Wedding และ Social Event บางโรงแรมแยก Online Sales หรือ E-commerce ออกไปดูแลช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ ขณะที่โรงแรมขนาดเล็กอาจให้ Sales คนเดียวดูแลหลายตลาด รวมถึงช่วยทำการตลาดและตอบคำถามจากโซเชียลมีเดีย

  • Corporate: เน้นสัญญาราคา ความสะดวกในการจอง และเครดิตของบริษัท
  • Agent: เน้นเรตราคา โควตาห้อง เงื่อนไขการขาย และความรวดเร็วในการยืนยัน
  • MICE: เน้นพื้นที่ประชุม อาหาร อุปกรณ์ ตารางงาน และการประสานงาน
  • Wedding: เน้นความเข้าใจความต้องการ รายละเอียดพิธี และประสบการณ์ของแขก
  • Government: เน้นเอกสาร ระเบียบการชำระเงิน และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

การรู้ว่าลูกค้าเป็นใครช่วยให้เสนอสิ่งที่ตรงความต้องการได้มากกว่าการส่งราคาชุดเดียวให้ทุกคน ผู้สมัครสามารถดูประเภทโรงแรมและตลาดที่สนใจได้จาก โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน ก่อนเลือกสมัคร

ตำแหน่ง Sales โรงแรมมีระดับไหนบ้าง

สายงาน Sales โรงแรมเริ่มได้ตั้งแต่งานประสานงาน ไปจนถึงผู้บริหารฝ่ายขาย ความรับผิดชอบจะเพิ่มจากการจัดการเอกสารและติดตามงาน ไปสู่การดูแลบัญชีสำคัญ วางกลยุทธ์ราคา และรับผิดชอบเป้ารายได้ของทีม

ตำแหน่งหน้าที่เด่นประสบการณ์ที่มักต้องใช้
Sales Coordinatorทำเอกสาร นัดหมาย ใบเสนอราคา รายงาน และสนับสนุนทีมงานธุรการ การสื่อสาร และระบบโรงแรมเบื้องต้น
Sales Executiveหาลูกค้า ออกพบลูกค้า เสนอราคา และดูแลบัญชีการขาย การเจรจา และความรู้สินค้าโรงแรม
Sales Managerดูแลตลาด วางแผนบัญชีลูกค้า คุมยอด และช่วยพัฒนาทีมผลงานขายและความเข้าใจตลาดที่รับผิดชอบ
Assistant Director of Salesช่วยบริหารทีม วิเคราะห์ผลงาน และประสานกลยุทธ์กับฝ่ายอื่นประสบการณ์บริหารและการวางแผนเชิงพาณิชย์
Director of Sales หรือ Director of Sales and Marketingกำหนดทิศทางการขาย งบประมาณ เป้ารายได้ และตลาดหลักความเป็นผู้นำ การวิเคราะห์ และประสบการณ์หลายตลาด

บางแห่งมีตำแหน่ง Event Sales, Catering Sales, Wedding Sales, Cluster Sales และ Business Development ชื่อตำแหน่งเหมือนกันไม่ได้แปลว่าขอบเขตงานเท่ากัน โรงแรมเชนในกรุงเทพฯ อาจแยกตลาดละเอียด ขณะที่รีสอร์ตอิสระในหัวหินหรือพัทยาอาจให้ Manager ดูแลตั้งแต่ Corporate ถึงงานเลี้ยง

ก่อนสมัครควรอ่าน Job Description และถามว่าเป้าที่ต้องรับผิดชอบคืออะไร ต้องออกพบลูกค้าบ่อยแค่ไหน มีทีม Coordinator หรือไม่ และต้องทำงานวันจัดอีเวนต์หรือวันหยุดเพียงใด สามารถเริ่มเปรียบเทียบประกาศได้ที่ ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย

รายได้ Sales โรงแรมมาจากไหน มีเงินเดือนและค่าคอมมิชชันหรือไม่

รายได้ของ Sales โรงแรมมักประกอบด้วยเงินเดือนประจำ สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จตามนโยบายของโรงแรม บางแห่งมีโบนัส อินเซนทีฟ หรือค่าคอมมิชชันตามผลงาน แต่ไม่ใช่ทุกโรงแรมและไม่ได้ใช้วิธีคำนวณแบบเดียวกัน

เงินเดือนขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ประสบการณ์ ภาษา ขนาดโรงแรม แบรนด์ ตลาดที่ดูแล และพื้นที่ทำงาน ผู้สมัครไม่ควรประเมินข้อเสนอจากฐานเงินเดือนอย่างเดียว เพราะมูลค่ารวมอาจรวมอาหารพนักงาน ยูนิฟอร์ม ประกันสุขภาพ วันหยุด กองทุน การเดินทาง หรือที่พักพนักงานสำหรับรีสอร์ต บางพื้นที่มีเซอร์วิสชาร์จผันผวนตามรายได้และนโยบายการแบ่งของโรงแรม จึงควรถามวิธีจ่ายและดูข้อมูล เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย ประกอบโดยไม่ถือว่าเป็นเงินคงที่

คำถามเรื่องรายได้ที่ควรถามก่อนรับงาน

  1. ถามว่าเงินเดือนที่แจ้งเป็นฐานเงินเดือนหรือรายได้รวม
  2. ถามว่าเซอร์วิสชาร์จมีหรือไม่ คำนวณอย่างไร และอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
  3. สอบถามโบนัส อินเซนทีฟ หรือค่าคอมมิชชันว่าผูกกับยอดส่วนตัว ยอดทีม หรือผลประกอบการ
  4. ตรวจสอบสวัสดิการ ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ อาหาร และที่พักพนักงาน
  5. ขอให้ระบุรอบประเมินทดลองงานและเงื่อนไขปรับรายได้ให้ชัดเจน

อย่าคาดเดาว่าปิดงานใหญ่แล้วจะได้รับเปอร์เซ็นต์ทันที บางโรงแรมวัดผลงานผ่านเป้ารายได้แต่จ่ายโบนัสเป็นรอบ บางแห่งไม่มีค่าคอมมิชชันแต่มีเซอร์วิสชาร์จและสวัสดิการที่เหมาะสม ควรอ่านเอกสารข้อเสนอและสอบถาม HR ให้ครบก่อนตัดสินใจ

Sales โรงแรมวัดยอดและ KPI อย่างไร

KPI ของ Sales โรงแรมมักวัดทั้งรายได้ ปริมาณธุรกิจ คุณภาพของบัญชีลูกค้า และกิจกรรมการขาย รายละเอียดขึ้นอยู่กับตลาดที่ดูแล จึงไม่ควรเข้าใจว่า Sales ทุกคนถูกประเมินจากยอดห้องพักแบบเดียวกัน

ตัวชี้วัดที่พบบ่อย ได้แก่ รายได้ห้องพัก จำนวน Room Nights รายได้งานประชุมและจัดเลี้ยง จำนวนลูกค้าใหม่ การรักษาลูกค้าเดิม จำนวน Sales Call อัตราเปลี่ยนใบเสนอราคาเป็นงานจริง และความถูกต้องของข้อมูลในระบบ Sales Manager อาจต้องดู Forecast, Budget และผลงานรวมของทีม ส่วน Sales Coordinator อาจถูกวัดเรื่องความรวดเร็ว เอกสารถูกต้อง และการสนับสนุนงานขาย

เป้าหมายที่ดีต้องพิจารณาราคาและความสามารถทำกำไรด้วย การลดราคามากเพื่อให้ได้ยอดอาจสร้างรายได้แต่ไม่เหมาะกับช่วงที่โรงแรมมีความต้องการสูง Sales จึงต้องคุยกับ Revenue Management เพื่อดูวันเต็ม วันอ่อน และราคาที่ควรเสนอ โดยเฉพาะ High season และช่วงเทศกาล

ขั้นตอนติดตามโอกาสขายให้ไม่หลุด

  1. บันทึกชื่อลูกค้า วันเข้าพัก จำนวนห้อง งบประมาณ และผู้ตัดสินใจ
  2. ตรวจสอบห้อง พื้นที่จัดงาน และราคากับทีมที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอ
  3. ส่งข้อเสนอที่ระบุสิ่งที่รวม เงื่อนไขชำระเงิน และวันหมดอายุ
  4. กำหนดวันติดตามครั้งถัดไป พร้อมจดเหตุผลที่ลูกค้ายังไม่ตัดสินใจ
  5. เมื่อยืนยันแล้ว ส่งรายละเอียดให้ฝ่ายปฏิบัติการและตรวจความครบถ้วนอีกครั้ง

การมีระบบติดตามช่วยให้ Forecast ใกล้เคียงความจริงและลดการรับปากซ้ำ Sales ที่ทำบันทึกดีจะส่งต่องานให้เพื่อนร่วมทีมได้แม้ตนเองลาหรือออกไปพบลูกค้า

วันทำงานของ Sales โรงแรมเป็นอย่างไร ต้องเข้ากะไหม

Sales โรงแรมส่วนใหญ่มักทำงานตามเวลาสำนักงาน แต่เวลาไม่ได้ตายตัวเหมือนงานหลังบ้านทั่วไป อาจต้องออกพบลูกค้า เข้าร่วมงานเลี้ยง รับ Site Inspection หรือมาดูแลงานในช่วงเย็น วันหยุด และวันสำคัญ

ช่วงเช้ามักมีการประชุมทีม เช็กอีเมล ตรวจห้องว่าง และติดตามงานค้าง ช่วงกลางวันอาจออก Sales Call พบฝ่ายจัดซื้อหรือเอเจนซี ส่วนบ่ายใช้ทำใบเสนอราคา สัญญา และอัปเดตระบบ หากมีลูกค้าเข้าชมโรงแรม พนักงานต้องประสานเส้นทาง ห้องตัวอย่าง ห้องประชุม ร้านอาหาร และผู้เกี่ยวข้องให้พร้อม

ลักษณะงานเวลาที่พบได้เรื่องที่ควรถามตอนสัมภาษณ์
Sales Corporateเวลาสำนักงานและออกพบลูกค้าพื้นที่รับผิดชอบ ค่าเดินทาง และเป้าจำนวน Sales Call
Event หรือ Wedding Salesเวลาสำนักงาน รวมถึงเย็นและวันจัดงานการชดเชยวันหยุดและขอบเขตการดูแลงานจริง
Cluster Salesเดินทางระหว่างหลายโรงแรมหรือหลายพื้นที่โรงแรมในความรับผิดชอบและนโยบายค่าเดินทาง
Resort Salesขึ้นอยู่กับตลาดต่างประเทศและตารางลูกค้าที่พักพนักงาน การเดินทาง และช่วง High season

งานนี้อาจไม่มีการหมุนกะเช้า บ่าย ดึกเหมือน Front Office แต่ต้องยืดหยุ่นมากกว่าเวลาสำนักงานปกติ ผู้สมัครควรถามเรื่องวันทำงาน วันหยุด และการดูแลงานนอกเวลาให้ชัด ไม่ควรสรุปจากคำว่า Office Hours เพียงอย่างเดียว

งาน Sales โรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเมืองท่องเที่ยวต่างกันอย่างไร

ทำเลมีผลต่อชนิดลูกค้า ฤดูกาล และวิธีทำยอดอย่างชัดเจน โรงแรมเมืองมักมีลูกค้า Corporate และประชุมมากกว่า ส่วนรีสอร์ตริมทะเลมักพึ่งตลาดพักผ่อน เอเจนซี กรุ๊ป และงานแต่งงานปลายทาง

กรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิทและสีลมมีลูกค้าธุรกิจ สถานทูต เอเจนซี และนักเดินทางต่างชาติ โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจมีงานแต่ง งานเลี้ยง และกรุ๊ประดับองค์กรจำนวนมาก พัทยาและหัวหินมีทั้งตลาดสัมมนาจากกรุงเทพฯ กรุ๊ปบริษัท และลูกค้าพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ จึงต้องเข้าใจทั้งห้องพักและพื้นที่จัดงาน

ภูเก็ต โดยเฉพาะป่าตองและกะรน รวมถึงสมุย กระบี่ และเขาหลัก มีตลาดต่างประเทศและฤดูกาลท่องเที่ยวเด่นชัด งาน Sales อาจต้องประสานเอเจนซีต่างประเทศ งานแต่งริมทะเล และแพ็กเกจระยะยาว เชียงใหม่มีทั้งลูกค้าพักผ่อน งานประชุมขนาดเหมาะสม และตลาดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม ขณะที่บูทีคโฮเทลอาจขายเรื่องราวและประสบการณ์มากกว่าพื้นที่ประชุมขนาดใหญ่

ใน High season โรงแรมอาจควบคุมราคาและห้องสำหรับกรุ๊ปเข้มขึ้น ส่วน Low season ทีม Sales ต้องสร้างดีมานด์ผ่านกรุ๊ป สัมมนา โปรโมชัน หรือฐานลูกค้าท้องถิ่น ผู้สมัครจึงควรถามว่าโรงแรมพึ่งตลาดใดและช่วงเดือนไหนเป็นช่วงทำยอดสำคัญ

อยากทำ Sales โรงแรมต้องมีทักษะอะไร

ทักษะสำคัญของ Sales โรงแรมคือการสื่อสาร การฟัง การเจรจา การจัดลำดับงาน และความละเอียด พนักงานต้องสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า พร้อมส่งข้อมูลที่ฝ่ายปฏิบัติการนำไปทำงานได้จริง

ภาษาอังกฤษมีความสำคัญเมื่อดูแลลูกค้าต่างชาติ เอเจนซี หรือโรงแรมเชน แต่ระดับที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับตลาด หากดูแล Corporate ไทย ความเข้าใจธุรกิจและการเขียนอีเมลมืออาชีพอาจสำคัญไม่แพ้กัน โปรแกรมสำนักงาน ระบบ CRM และระบบโรงแรมช่วยให้จัดการบัญชี รายงาน และประวัติลูกค้าได้เป็นระบบ

เช็กลิสต์ก่อนสมัครงาน Sales โรงแรม

  • อธิบายความต่างของประเภทห้อง ห้องประชุม และแพ็กเกจได้
  • เขียนอีเมล ใบเสนอราคา และข้อความติดตามงานได้สุภาพ
  • รับมือกับการปฏิเสธและติดตามลูกค้าโดยไม่กดดันเกินไป
  • จัดตารางนัดหมาย งานเอกสาร และวันหมดอายุของข้อเสนอได้
  • ประสานกับ Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering, Finance และ HR ได้
  • พร้อมออกพบลูกค้าและปรับเวลาตาม Site Inspection หรืองานจัดเลี้ยง
  • ตรวจรายละเอียดราคา ภาษี เงื่อนไข และกำหนดชำระเงินก่อนส่งลูกค้า

ผู้สมัครที่มาจาก Front Office, Reservations หรือ F&B มีข้อได้เปรียบเรื่องความเข้าใจการบริการ ส่วนคนจากงานขายนอกโรงแรมอาจเด่นด้านหาลูกค้าและเจรจา ทั้งสองกลุ่มต้องเรียนรู้ระบบ รายได้ และข้อจำกัดของโรงแรมเพิ่มเติม สามารถอ่านแนวทางเตรียมตัวใน คู่มือหางานโรงแรม

Sales โรงแรมต่างจาก Reservations, Revenue และ Marketing อย่างไร

Sales เน้นสร้างความสัมพันธ์และนำธุรกิจเข้ามา Reservations ดูแลกระบวนการจอง Revenue วางราคาและบริหารความต้องการ ส่วน Marketing สร้างการรับรู้และกระตุ้นตลาด แม้งานเกี่ยวข้องกัน แต่แต่ละฝ่ายมีความรับผิดชอบหลักต่างกัน

แผนกคำถามหลักที่รับผิดชอบงานตัวอย่าง
Salesจะหาลูกค้าและปิดธุรกิจที่เหมาะสมได้อย่างไรพบลูกค้า เสนอราคา เจรจาสัญญา และดูแลบัญชี
Reservationsจะบันทึกและยืนยันการจองให้ถูกต้องอย่างไรรับจอง แก้ไขรายละเอียด และประสานคำขอของแขก
Revenueควรขายห้องวันไหน ราคาใด และผ่านช่องทางใดวิเคราะห์ดีมานด์ ราคา Forecast และข้อจำกัดการขาย
Marketingจะทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและสนใจโรงแรมอย่างไรแคมเปญ เนื้อหา สื่อ แบรนด์ และการสื่อสารตลาด

ตัวอย่างเช่น บริษัทต้องการห้องจำนวนหนึ่งพร้อมสัมมนา Sales จะเก็บความต้องการและเจรจา Revenue ช่วยพิจารณาราคาและช่วงวัน Reservations บันทึกห้อง และ Marketing อาจสนับสนุนสื่อหรือแพ็กเกจ หากเป็นงานใหญ่ F&B, Kitchen, Engineering และ Banquet จะเข้ามาวางแผนการให้บริการ

ในโรงแรมขนาดเล็ก คนหนึ่งอาจทำหลายบทบาท จึงควรถามให้ชัดว่าตำแหน่ง Sales ต้องดูแลเพจ ทำโฆษณา อัปเดตราคาออนไลน์ หรือรับจองด้วยหรือไม่ ขอบเขตที่กว้างไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องสัมพันธ์กับทรัพยากร เป้าหมาย และสวัสดิการที่ได้รับ

เริ่มสมัครงาน Sales โรงแรมอย่างไรให้มีโอกาสได้งาน

การสมัครงาน Sales โรงแรมควรแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจลูกค้า ขายบริการได้ และติดตามงานเป็นระบบ แม้ยังไม่มีประสบการณ์ตรง ก็ใช้ผลงานจากงานบริการ งานประสานงาน หรือการขายประเภทอื่นมาอธิบายเป็นหลักฐานได้

  1. เลือกตลาดที่สนใจ เช่น Corporate, MICE, Travel Agent, Wedding หรือ Leisure
  2. ศึกษาโรงแรม ทำเล จำนวนห้อง พื้นที่ประชุม ร้านอาหาร และกลุ่มลูกค้าหลัก
  3. ปรับเรซูเม่ให้มีผลงานที่ตรวจสอบได้ โดยไม่แต่งยอดขายหรือข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน
  4. เตรียมตัวอย่างการแก้ปัญหา การติดตามลูกค้า และการประสานหลายฝ่าย
  5. ซ้อมขายโรงแรมแบบสั้น โดยเริ่มจากถามความต้องการก่อนเสนอสินค้า
  6. สอบถาม KPI เงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ เวลางาน และค่าเดินทางก่อนรับข้อเสนอ

สำหรับตำแหน่งเริ่มต้น Sales Coordinator เป็นทางเข้าอาชีพที่ดี เพราะได้เรียนรู้เอกสาร ระบบ และการส่งต่องาน ผู้ที่มีประสบการณ์บริการแขกอาจสมัคร Sales Executive ได้หากอธิบายทักษะสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจผลิตภัณฑ์ชัดเจน ควรเลือกรายการจาก ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย แล้วปรับใบสมัครให้ตรงกับตลาดของแต่ละโรงแรม

สรุปงาน Sales โรงแรมและขั้นตอนลงมือทำต่อ

Sales โรงแรมคือผู้สร้างรายได้ผ่านห้องพัก งานประชุม งานจัดเลี้ยง และบริการอื่น โดยเชื่อมความต้องการลูกค้ากับความพร้อมของโรงแรม รายได้พนักงานขึ้นอยู่กับเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ สวัสดิการ และค่าตอบแทนตามผลงานที่แต่ละแห่งกำหนด

คนที่เหมาะกับงานนี้ไม่จำเป็นต้องพูดเก่งที่สุด แต่ต้องฟังเป็น รักษาคำพูด ตรวจรายละเอียด และติดตามงานต่อเนื่อง เส้นทางอาชีพเริ่มจาก Sales Coordinator หรือ Sales Executive แล้วเติบโตไปสู่ Sales Manager และผู้บริหารฝ่ายขายได้ตามผลงานและประสบการณ์ตลาด

  1. เลือกว่าต้องการทำโรงแรมเมือง รีสอร์ต โรงแรมประชุมสัมมนา หรือบูทีคโฮเทล
  2. เลือกตลาดลูกค้าที่สอดคล้องกับภาษา ประสบการณ์ และพื้นที่ที่เดินทางได้
  3. ทำเรซูเม่โดยเน้นการขาย การบริการ การประสานงาน และผลงานที่มีหลักฐาน
  4. เปรียบเทียบขอบเขตงาน KPI เวลาทำงาน รายได้รวม และสวัสดิการของแต่ละแห่ง
  5. สมัครงานที่ตรงเป้าหมายและติดตามผลอย่างเป็นมืออาชีพ

ก่อนตัดสินใจ ควรดูทั้งวัฒนธรรมทีม ระบบสนับสนุน และตลาดของโรงแรม ไม่ใช่ดูชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว เพราะ Sales Executive ในโรงแรมกรุงเทพฯ กับรีสอร์ตในภูเก็ตอาจมีวันทำงาน ลูกค้า และโอกาสเติบโตต่างกันมาก

คำถามที่พบบ่อย

Sales โรงแรมทำอะไรบ้าง

Sales โรงแรมหาลูกค้า เสนอราคา เจรจาเงื่อนไข และขายห้องพัก ห้องประชุม งานจัดเลี้ยง หรือบริการอื่นของโรงแรม หลังลูกค้ายืนยันแล้วต้องส่งต่อรายละเอียดให้แผนกที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง งานยังรวมถึงการดูแลลูกค้าเดิมและติดตามโอกาสขายใหม่อย่างต่อเนื่อง

Sales โรงแรมได้เงินเดือนเท่าไร

เงินเดือน Sales โรงแรมขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ประสบการณ์ ภาษา แบรนด์โรงแรม พื้นที่ และตลาดที่รับผิดชอบ จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกแห่ง ควรสอบถามให้ชัดว่าข้อเสนอรวมเซอร์วิสชาร์จ อินเซนทีฟ ค่าเดินทาง และสวัสดิการแล้วหรือยัง

Sales โรงแรมมีค่าคอมมิชชันไหม

บางโรงแรมมีค่าคอมมิชชัน อินเซนทีฟ หรือโบนัสตามยอดส่วนตัวและยอดทีม แต่บางแห่งไม่มีและใช้ระบบโบนัสตามผลประกอบการแทน วิธีคำนวณและเวลาจ่ายแตกต่างกันตามนโยบายโรงแรม ผู้สมัครควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนรับข้อเสนอ

Sales โรงแรมต้องเข้ากะหรือไม่

ส่วนใหญ่งาน Sales ใช้เวลาสำนักงานและไม่ได้หมุนกะเหมือน Front Office แต่ต้องยืดหยุ่นตามนัดลูกค้า Site Inspection และวันจัดงาน ตำแหน่ง Event Sales หรือ Wedding Sales อาจทำงานช่วงเย็นและวันหยุด ควรถามเรื่องวันชดเชยและขอบเขตการทำงานนอกเวลาในการสัมภาษณ์

ไม่มีประสบการณ์โรงแรม สมัคร Sales ได้ไหม

สมัครได้หากมีทักษะการขาย การบริการลูกค้า การประสานงาน หรือการจัดเอกสารที่นำมาใช้กับงานโรงแรมได้ ตำแหน่ง Sales Coordinator เหมาะสำหรับการเรียนรู้ระบบและขั้นตอนก่อนรับผิดชอบยอดขาย ผู้สมัครควรศึกษาโรงแรมและฝึกอธิบายว่าจะนำประสบการณ์เดิมมาช่วยทีมอย่างไร

Sales Executive กับ Sales Coordinator ต่างกันอย่างไร

Sales Executive มักรับผิดชอบหาลูกค้า ออกพบลูกค้า เสนอราคา และดูแลยอดของตลาดที่ได้รับมอบหมาย Sales Coordinator เน้นเอกสาร ใบเสนอราคา รายงาน นัดหมาย และการสนับสนุนทีมขาย อย่างไรก็ตาม ขอบเขตจริงขึ้นอยู่กับขนาดและโครงสร้างของแต่ละโรงแรม

ภาษาอังกฤษไม่เก่งทำ Sales โรงแรมได้ไหม

ทำได้ในบางตลาด โดยเฉพาะเมื่อดูแลลูกค้าบริษัทไทยหรืองานในประเทศ แต่ยังควรอ่านและเขียนอีเมลพื้นฐาน รวมถึงเข้าใจคำศัพท์โรงแรม หากทำรีสอร์ตหรือดูแลเอเจนซีต่างประเทศ ภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญมากขึ้น ควรพัฒนาควบคู่กับทักษะขายและความรู้สินค้า

Sales โรงแรมมีโอกาสเติบโตไปตำแหน่งอะไร

เส้นทางทั่วไปเริ่มจาก Sales Coordinator หรือ Sales Executive แล้วเติบโตเป็น Sales Manager และ Assistant Director of Sales ได้ เมื่อมีประสบการณ์บริหารตลาดและทีม อาจก้าวสู่ Director of Sales หรือ Director of Sales and Marketing โอกาสเติบโตขึ้นอยู่กับผลงาน ความเข้าใจรายได้ และความสามารถในการดูแลลูกค้าหลายกลุ่ม

สร้าง Resume สมัครงานโรงแรม ฟรี กรอกครั้งเดียว ส่งให้โรงแรมได้หลายที่ มี AI ช่วยขัดเกลาให้ดูเป็นมืออาชีพ
เริ่มสร้าง Resume

งานฝ่ายขายที่เปิดรับตอนนี้

อัปเดตทุกวันจากเครือโรงแรมทั่วไทย

ดูงานฝ่ายขายทั้งหมด →

อ่านต่อ

Cross Training ในโรงแรม ย้ายแผนกอย่างไรให้โตเร็ว

Cross Training ในโรงแรม ย้ายแผนกอย่างไรให้โตเร็ว

Cross Training ในโรงแรมช่วยให้ย้ายแผนกและเติบโตได้เร็วขึ้น เมื่อเลือกแผนกที่ต่อยอดจากทักษะเดิม ตกลงเป้าหมายกับหัวหน้า และมีผลงานให้ประเมินอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจย้ายจริงควรทดลองงานตามแผน ตรวจสอบกะงาน เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จ เพราะการทำงานได้หลายแผนกไม่ได้หมายความว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งโดยอัตโนมัติ

อ่านต่อ →
Duty Manager คือใคร ทำอะไรตอนผู้จัดการไม่อยู่

Duty Manager คือใคร ทำอะไรตอนผู้จัดการไม่อยู่

Duty Manager คือผู้จัดการเวรที่ดูแลการดำเนินงานของโรงแรมในช่วงกะ รับมือปัญหาแขก ประสานงานข้ามแผนก และตัดสินใจแทนฝ่ายบริหารภายในอำนาจที่ได้รับ เมื่อผู้จัดการประจำแผนกหรือผู้จัดการทั่วไปไม่อยู่หน้างาน ตำแหน่งนี้จึงเป็นจุดกลางที่ช่วยให้งานบริการเดินต่อ พร้อมส่งต่อเรื่องสำคัญให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบอย่างเหมาะสม

อ่านต่อ →
แผนกซักรีดโรงแรม งานเบื้องหลังที่ขาดไม่ได้

แผนกซักรีดโรงแรม งานเบื้องหลังที่ขาดไม่ได้

แผนกซักรีดโรงแรมดูแลผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าที่ใช้ในห้องอาหาร และยูนิฟอร์มให้สะอาด พร้อมใช้ และส่งถึงแผนกต่าง ๆ ทันเวลา งานนี้เหมาะกับคนละเอียด ทำงานเป็นระบบ และพร้อมเรียนรู้เรื่องผ้า เครื่องจักร และความปลอดภัย โดยสามารถเติบโตจากพนักงานซักรีดไปสู่หัวหน้างานและผู้จัดการแผนกได้ตามประสบการณ์และโครงสร้างของโรงแรม

อ่านต่อ →
Advertised · HotelXcademy.com

E-Book สำหรับคนโรงแรม

พัฒนาทักษะ เตรียมพร้อมก่อนสมัครงาน

ทักแชท