งาน Banquet และงานอีเวนต์ในโรงแรม ทำอะไร เหนื่อยแค่ไหน
งาน Banquet และงานอีเวนต์ในโรงแรมคือการเตรียมห้อง จัดโต๊ะ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงดูแลให้งานประชุม งานแต่ง และงานเลี้ยงดำเนินไปตามแผน งานค่อนข้างเหนื่อยเพราะต้องยกของ ยืนนาน ทำงานเป็นกะ และรับมือกับเวลาที่เปลี่ยนได้ แต่เหมาะกับคนที่ชอบงานทีม ชอบบรรยากาศคึกคัก และต้องการเติบโตในสาย Food & Beverage
งาน Banquet และงานอีเวนต์ในโรงแรมรับผิดชอบตั้งแต่จัดห้องประชุม วางโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ ไปจนถึงเสิร์ฟอาหาร ดูแลแขก และเก็บพื้นที่หลังจบงาน ความเหนื่อยอยู่ในระดับค่อนข้างสูง เพราะต้องยืนและเดินนาน ยกอุปกรณ์ ทำงานตามเวลาของลูกค้า และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่หากทีมวางแผนดีและแบ่งหน้าที่ชัดเจน งานจะจัดการได้และมีโอกาสเติบโตในสายโรงแรม
- หน้าที่หลักคือเตรียมสถานที่ เสิร์ฟ ดูแลแขก และคืนพื้นที่หลังจบงาน
- ช่วงที่เหนื่อยที่สุดมักเป็นตอนเซ็ตอัป เปลี่ยนรูปแบบห้อง และเก็บงาน
- กะงานขึ้นอยู่กับเวลาจัดงาน จึงอาจเริ่มเช้ามากหรือเลิกดึก
- เหมาะกับคนแข็งแรง ทำงานเป็นทีม และรับแรงกดดันได้
- ประสบการณ์ Banquet สามารถต่อยอดไปสู่ F&B, Event Operations และ Sales ได้
งาน Banquet ในโรงแรมทำอะไรบ้าง
พนักงาน Banquet ดูแลการบริการอาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่สำหรับงานประชุม สัมมนา งานแต่ง งานเลี้ยงบริษัท และกิจกรรมพิเศษ หน้าที่ไม่ได้มีเพียงการเสิร์ฟ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ตรวจใบงาน เตรียมห้อง รับแขก ดูแลระหว่างงาน จนถึงเก็บและส่งมอบพื้นที่
ก่อนเริ่มงาน ทีมจะอ่านรายละเอียดจาก Banquet Event Order หรือ BEO ซึ่งเป็นเอกสารระบุจำนวนแขก รูปแบบโต๊ะ เมนู เวลาเสิร์ฟ อุปกรณ์ และคำขอพิเศษ จากนั้นจึงเซ็ตโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าปู เครื่องแก้ว จุดลงทะเบียน เวที และป้ายต่าง ๆ โดยประสานกับ Kitchen, Engineering, Housekeeping, Sales และบางครั้งรวมถึง Front Office หรือ Security
หน้าที่ระหว่างงานจริง
เมื่องานเริ่ม พนักงานต้องต้อนรับแขก เติมน้ำ เสิร์ฟอาหาร เก็บจาน และสังเกตความต้องการโดยไม่รบกวนกิจกรรมบนเวที หากเป็นบุฟเฟต์ต้องดูความเรียบร้อยของไลน์อาหารและแจ้ง Kitchen เมื่ออาหารใกล้หมด หากเป็นโต๊ะจีนหรือเซ็ตเมนูต้องควบคุมจังหวะเสิร์ฟให้พร้อมกันหลายโต๊ะ ส่วนงานประชุมอาจต้องเติมกาแฟ เปลี่ยนห้อง และเตรียมช่วงพักตามเวลา
หลังงานจบยังต้องเก็บอุปกรณ์ แยกของ ส่งผ้าซัก ตรวจของหาย และเซ็ตห้องสำหรับงานถัดไป โรงแรมขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ แถวสุขุมวิท สีลม หรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจมีหลายงานในวันเดียว จึงต้องทำงานตามลำดับและสื่อสารกับทีมอย่างแม่นยำ
งาน Banquet ต่างจากงาน Event ในโรงแรมอย่างไร
Banquet เน้นงานปฏิบัติการด้านสถานที่ อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการในวันจัดงาน ส่วน Event หรือ Event Sales เน้นรับความต้องการลูกค้า วางแผน ประสานงาน และติดตามรายละเอียดก่อนถึงวันงาน โรงแรมแต่ละแห่งอาจแบ่งแผนกไม่เหมือนกัน จึงควรอ่าน Job Description ให้ชัดก่อนสมัคร
| สายงาน | งานหลัก | ทำงานกับใคร | จุดที่กดดัน |
|---|---|---|---|
| Banquet Service | เซ็ตห้อง เสิร์ฟ ดูแลแขก เก็บงาน | F&B, Kitchen, Steward | เวลาเสิร์ฟและงานหลายโต๊ะ |
| Banquet Operations | จัดกำลังคน อุปกรณ์ และลำดับปฏิบัติงาน | ทุกทีมที่เกี่ยวกับหน้างาน | การเปลี่ยนแผนกะทันหัน |
| Event Coordinator | เก็บรายละเอียด ประสานลูกค้าและแผนก | Sales, ลูกค้า, ผู้รับเหมา | ข้อมูลจำนวนมากและเส้นตาย |
| Event Sales | เสนอขายพื้นที่ แพ็กเกจ และติดตามลูกค้า | ลูกค้าองค์กรและคู่บ่าวสาว | เป้าหมายยอดขายและความคาดหวัง |
ในวันงาน Event Coordinator มักเป็นจุดเชื่อมระหว่างลูกค้ากับทีมโรงแรม เช่น แจ้งว่ากำหนดการเลื่อน ขอเพิ่มเก้าอี้ หรือเปลี่ยนเวลาขึ้นอาหาร ขณะที่ Banquet Captain และพนักงานบริการจะนำข้อมูลนั้นไปปฏิบัติ หากโรงแรมมีทีมขนาดเล็ก คนหนึ่งอาจทำทั้งประสานงานและลงมือช่วยหน้างาน โดยเฉพาะบูทีคโฮเทลหรือรีสอร์ตที่รับงานไม่ถี่
ผู้สมัครที่ชอบลงมือ เคลื่อนไหว และทำงานกับทีมบริการมักเหมาะกับ Banquet ส่วนคนที่ชอบคุยกับลูกค้า จัดเอกสาร และติดตามรายละเอียดอาจเหมาะกับ Event Coordinator หรือ Sales เมื่อดู ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย ควรเทียบขอบเขตงานจริง ไม่ควรตัดสินจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
งาน Banquet เหนื่อยแค่ไหน และเหนื่อยจากอะไร
งาน Banquet ถือว่าใช้แรงและใช้สมาธิสูง เพราะต้องยืน เดิน ยกโต๊ะหรืออุปกรณ์ และทำงานตามเวลาที่แขกกำหนด ความเหนื่อยจะแตกต่างตามขนาดงาน จำนวนพนักงาน รูปแบบบริการ และมาตรฐานของโรงแรม ไม่ใช่ทุกวันจะหนักเท่ากัน
ความเหนื่อยทางร่างกายมักเกิดช่วงเซ็ตอัปและเก็บงาน เช่น เคลื่อนเก้าอี้ จัดโต๊ะ ยกถาด หรือเปลี่ยนห้องจากประชุมเป็นงานเลี้ยงในเวลาจำกัด แม้โรงแรมจะมีรถเข็นและทีม Steward ช่วย แต่พนักงานยังต้องรู้วิธียกของอย่างปลอดภัย รองเท้าที่เหมาะสมและการพักตามเวลาจึงสำคัญมาก
ความเหนื่อยทางความคิดและอารมณ์
ระหว่างงานต้องจำหมายเลขโต๊ะ เมนูพิเศษ ลำดับพิธี และเวลาขึ้นอาหาร พร้อมรับคำขอจากแขก ผู้จัดงาน และหัวหน้างาน หากกำหนดการเลื่อน ทีมต้องปรับโดยไม่ทำให้อาหารเสียคุณภาพหรือแขกรู้สึกว่าบริการสะดุด งานแต่งและงานบริษัทขนาดใหญ่จึงกดดันแม้ไม่ได้ยกของตลอดเวลา
ความเหนื่อยยังขึ้นกับการบริหารกำลังคน โรงแรมที่มีทีมประจำเพียงพอ มี Briefing ชัด และเตรียมอุปกรณ์ครบมักทำงานราบรื่นกว่าโรงแรมที่พึ่งพาพนักงานรายวันจำนวนมาก ผู้สมัครควรถามเรื่องจำนวนทีม เวลาพัก ค่าอาหารพนักงาน รถรับส่งหลังเลิกดึก และการจ่ายค่าทำงานเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
กะงาน Banquet เริ่มกี่โมงและเลิกกี่โมง
กะงาน Banquet ไม่มีเวลาเดียวตายตัว เพราะต้องยึดตามกำหนดการของลูกค้า งานประชุมอาจเริ่มเตรียมตั้งแต่เช้า งานแต่งมักต่อเนื่องถึงค่ำ ส่วนงานเลี้ยงบริษัทอาจเลิกดึกและยังต้องใช้เวลาเก็บสถานที่หลังแขกกลับ
| ประเภทงาน | ช่วงเตรียมงาน | ช่วงบริการ | สิ่งที่ต้องเผื่อเวลา |
|---|---|---|---|
| ประชุมหรือสัมมนา | ก่อนแขกลงทะเบียน | เช้าถึงเย็นตามกำหนดการ | พักกาแฟและเปลี่ยนห้อง |
| งานแต่งช่วงกลางวัน | เช้าหรือก่อนพิธีหลายชั่วโมง | สายถึงบ่าย | พิธีการและการถ่ายภาพ |
| งานแต่งช่วงเย็น | บ่าย | เย็นถึงค่ำ | เก็บงานหลังแขกกลับ |
| งานเลี้ยงบริษัท | บ่ายหรือเย็น | ค่ำและอาจต่อเนื่อง | การแสดง เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ |
โรงแรมมักจัดกะตามภาระงาน เช่น กะเช้าสำหรับเซ็ตห้องประชุม กะบ่ายสำหรับรับช่วงงานเย็น และกะแตกสำหรับวันที่มีช่วงว่างระหว่างงาน รายละเอียดวันหยุด ชั่วโมงทำงาน และค่าตอบแทนเมื่อทำงานเกินเวลาขึ้นอยู่กับนโยบายโรงแรมและเงื่อนไขการจ้าง จึงควรถาม HR โดยตรง
- ขอดูตารางกะตัวอย่างของสัปดาห์ที่มีงานมาก
- ถามว่าตารางประกาศล่วงหน้ากี่วันและเปลี่ยนบ่อยหรือไม่
- ตรวจว่ามีรถรับส่งหรือที่พักเมื่อเลิกดึกหรือไม่
- ถามวิธีบันทึกเวลาทำงานและนโยบายวันหยุดชดเชย
- ตรวจว่าอาหารพนักงานครอบคลุมกะเช้าและกะดึกหรือไม่
คนที่มีภาระเดินทางควรคำนวณเส้นทางด้วย โดยเฉพาะโรงแรมเมืองในสุขุมวิท สีลม และพัทยาที่การจราจรหนาแน่น ส่วนรีสอร์ตบนสมุย กระบี่ หรือเขาหลักควรสอบถามรถพนักงานและเวลารอบสุดท้ายให้ชัด
ตำแหน่งในแผนก Banquet มีอะไรบ้าง
แผนก Banquet มีตั้งแต่พนักงานบริการระดับเริ่มต้น ไปจนถึง Captain, Supervisor และ Banquet Manager แต่ละระดับต่างกันที่ความรับผิดชอบ การตัดสินใจ และจำนวนคนที่ต้องดูแล โรงแรมใหญ่จะมีโครงสร้างชัดกว่าโรงแรมขนาดเล็ก
| ตำแหน่ง | ความรับผิดชอบหลัก | ทักษะที่ต้องใช้ |
|---|---|---|
| Banquet Waiter หรือ Waitress | เซ็ตห้อง เสิร์ฟ และเก็บงาน | งานบริการ ความคล่องตัว และวินัย |
| Banquet Captain | คุมสเตชัน Brief ทีม และตรวจจังหวะเสิร์ฟ | ภาวะผู้นำและการแก้ปัญหา |
| Banquet Supervisor | ควบคุมหลายพื้นที่ ประสานแผนก และตรวจมาตรฐาน | วางแผนกำลังคนและสื่อสาร |
| Assistant Banquet Manager | ช่วยบริหารงาน บุคลากร และต้นทุน | บริหารปฏิบัติการและเอกสาร |
| Banquet Manager | รับผิดชอบภาพรวม คุณภาพ รายได้ และทีม | บริหารธุรกิจ ลูกค้า และบุคลากร |
พนักงานใหม่อาจเริ่มจาก Casual หรือพนักงานรายวันเพื่อเรียนรู้หน้างาน ก่อนสมัครเป็นพนักงานประจำ ความแตกต่างสำคัญคือ Casual มักถูกเรียกตามจำนวนงาน ขณะที่พนักงานประจำมีตารางกะและหน้าที่ต่อเนื่องมากกว่า เรื่องเงินเดือน สวัสดิการ ประกันสังคม และเซอร์วิสชาร์จต้องตรวจจากประกาศและสัญญาของแต่ละโรงแรม
การเลื่อนตำแหน่งไม่ได้ขึ้นกับอายุงานอย่างเดียว หัวหน้ามักดูความตรงต่อเวลา ความเข้าใจ BEO ความสามารถ Brief ทีม การควบคุมอุปกรณ์ และการรับมือกับแขก ผู้ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้และประสานกับ Kitchen, Engineering, Housekeeping, HR และ Sales ได้ดีจะมีทางเลือกมากขึ้น สามารถตรวจรายชื่อ โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน เพื่อเปรียบเทียบโครงสร้างและคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่ง
สมัครงาน Banquet ต้องมีทักษะและคุณสมบัติอะไร
ผู้สมัครงาน Banquet ควรมีใจบริการ ร่างกายพร้อมทำงานเป็นกะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และรักษามาตรฐานแม้อยู่ภายใต้แรงกดดัน ประสบการณ์ช่วยให้ได้เปรียบ แต่หลายโรงแรมเปิดรับผู้เริ่มต้นที่มีทัศนคติดีและพร้อมเรียนรู้
- ตรงต่อเวลาและพร้อมก่อนเริ่ม Briefing
- ยกถาดและอุปกรณ์ด้วยท่าที่ปลอดภัย
- สื่อสารคำสั่งสั้น ๆ กับทีมได้ชัดเจน
- จำโต๊ะ เมนู และคำขอพิเศษได้
- ดูแลเครื่องแบบ รองเท้า และสุขอนามัย
- ใช้ภาษาอังกฤษพื้นฐานเกี่ยวกับอาหารและการบริการได้
- รับตารางกะเช้า กะบ่าย วันหยุด และช่วง High season ได้
- ไม่ทิ้งสถานีโดยไม่แจ้ง Captain
ทักษะที่ควรฝึกก่อนสมัคร ได้แก่ การถือถาด การจัดโต๊ะแบบพื้นฐาน การเสิร์ฟจากด้านที่เหมาะสม การเก็บจานอย่างเงียบ และคำศัพท์อาหารที่พบบ่อย หากสมัครโรงแรมหรูหรือโรงแรมที่รับแขกต่างชาติมาก ควรฝึกประโยคภาษาอังกฤษสำหรับถามเรื่องอาหารแพ้ การเสนอเครื่องดื่ม และการบอกทางภายในโรงแรม
ขั้นตอนเตรียมตัวสมัครงาน Banquet
- อ่านรายละเอียดงานและแยกว่าเป็นพนักงานประจำหรือ Casual
- ทำเรซูเม่สั้น กระชับ โดยเน้นงานบริการ งานร้านอาหาร และงานอีเวนต์
- เตรียมตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยทำงานเป็นทีมและแก้ปัญหาเร่งด่วน
- ซ้อมตอบเรื่องความพร้อมทำงานเป็นกะ วันหยุด และการเดินทาง
- เตรียมคำถามเรื่องหน้าที่จริง สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และเส้นทางเติบโต
หากยังไม่มีประสบการณ์ อย่าเขียนเกินจริง ให้เชื่อมประสบการณ์จากร้านอาหาร งานจัดเลี้ยง มหาวิทยาลัย หรือกิจกรรมที่ต้องดูแลคนจำนวนมากเข้ากับงานโรงแรมแทน ผู้สมัครสามารถอ่าน คู่มือหางานโรงแรม เพื่อเตรียมเรซูเม่และการสัมภาษณ์เพิ่มเติม
เงินเดือนและเซอร์วิสชาร์จงาน Banquet เป็นอย่างไร
เงินเดือนงาน Banquet ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกโรงแรม เพราะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์ ระดับโรงแรม รูปแบบการจ้าง และพื้นที่ รายรับรวมอาจประกอบด้วยเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ ค่าอาหาร ค่ากะ หรือสิทธิประโยชน์อื่นตามนโยบายของนายจ้าง
ผู้สมัครควรแยกเงินเดือนประจำออกจากเซอร์วิสชาร์จ เนื่องจากเซอร์วิสชาร์จอาจเปลี่ยนตามรายได้ของโรงแรมและวิธีจัดสรรในแต่ละเดือน โรงแรมบางแห่งแจ้งค่าเฉลี่ยย้อนหลังเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ไม่ควรถือเป็นรายรับที่รับประกัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รายได้เปลี่ยนตาม High season และ Low season
คำถามเรื่องรายได้ที่ควรถาม HR
- เงินเดือนฐานของตำแหน่งนี้พิจารณาจากอะไร
- เซอร์วิสชาร์จมีหลักการแบ่งอย่างไรและเริ่มได้รับเมื่อใด
- ช่วงทดลองงานได้รับสวัสดิการและเซอร์วิสชาร์จหรือไม่
- การทำงานเกินเวลาหรือวันหยุดคำนวณอย่างไร
- มีอาหารพนักงาน เครื่องแบบ รถรับส่ง หรือหอพักหรือไม่
- มีการปรับเงินเดือนและประเมินผลงานช่วงใด
ควรเปรียบเทียบรายรับสุทธิควบคู่กับค่าเดินทางและค่าที่พัก งานในกรุงเทพฯ อาจเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าแต่ค่าใช้จ่ายในเมืองสูง ส่วนงานรีสอร์ตในภูเก็ต สมุย กระบี่ หรือเขาหลักอาจมีรถรับส่งหรือที่พักพนักงาน ซึ่งมีผลต่อเงินที่เหลือจริง สามารถดูข้อมูลประกอบจาก เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย แต่ควรยืนยันตัวเลขล่าสุดกับโรงแรมทุกครั้ง
งาน Banquet ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเมืองท่องเที่ยวต่างกันอย่างไร
ลักษณะงาน Banquet แตกต่างตามตลาดของแต่ละพื้นที่ โรงแรมเมืองมักมีงานประชุม บริษัท และงานแต่งต่อเนื่องตลอดปี ส่วนรีสอร์ตริมทะเลมักมีงานแต่งปลายทาง กิจกรรมกลางแจ้ง และปริมาณงานที่สัมพันธ์กับฤดูกาลท่องเที่ยวมากกว่า
กรุงเทพฯ โดยเฉพาะสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งโรงแรมธุรกิจและโรงแรมหรูที่รองรับการประชุม งานแต่ง และงานเลี้ยงขนาดใหญ่ ทีมจึงต้องชำนาญการเปลี่ยนห้องเร็วและประสานหลายแผนก พัทยามีทั้งงานสัมมนาบริษัท กลุ่มทัวร์ และกิจกรรมทีม จึงพบงานที่ใช้ห้องประชุมหลายห้องพร้อมกัน
ภูเก็ตบริเวณป่าตองและกะรน รวมถึงสมุย กระบี่ และเขาหลัก มีงานแต่งริมทะเล งานค็อกเทล และงานกลางแจ้งมากกว่า ความท้าทายคือสภาพอากาศ ลม ฝน การขนอุปกรณ์ และแผนสำรองเมื่อใช้พื้นที่ไม่ได้ หัวหินมีทั้งตลาดประชุมสัมมนาและรีสอร์ตสำหรับครอบครัว ขณะที่เชียงใหม่มีงานประชุม งานแต่ง และกิจกรรมที่ผสมบรรยากาศท้องถิ่น
| พื้นที่หรือประเภทโรงแรม | งานที่พบบ่อย | สิ่งที่ควรเตรียม |
|---|---|---|
| โรงแรมเมืองกรุงเทพฯ | ประชุม งานแต่ง งานบริษัท | ความเร็วและการประสานหลายทีม |
| ภูเก็ต สมุย กระบี่ เขาหลัก | งานแต่งปลายทางและงานกลางแจ้ง | แผนฝนและการขนอุปกรณ์ |
| พัทยาและหัวหิน | สัมมนา กลุ่มบริษัท และงานเลี้ยง | รองรับแขกกลุ่มใหญ่ |
| เชียงใหม่ | ประชุม งานแต่ง และกิจกรรมวัฒนธรรม | ประสานผู้จัดงานและผู้ให้บริการท้องถิ่น |
ก่อนย้ายพื้นที่ควรถามเรื่องที่พัก รถรับส่ง วันหยุด และความถี่ของงานใน Low season เพราะสวัสดิการเหล่านี้อาจสำคัญกว่าความต่างของเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
ข้อดีข้อเสียของงาน Banquet มีอะไรบ้าง
ข้อดีของงาน Banquet คือได้เรียนรู้งานบริการที่เป็นระบบ พบงานหลายรูปแบบ และฝึกการทำงานเป็นทีมอย่างเข้มข้น ข้อเสียคือเวลางานเปลี่ยนตามอีเวนต์ ใช้แรงมาก และอาจทำงานในวันที่คนทั่วไปหยุดหรือเลิกงานดึก
| ข้อดี | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|
| ได้ฝึกมาตรฐาน F&B และการบริการแขกจำนวนมาก | ต้องยืน เดิน และยกอุปกรณ์เป็นเวลานาน |
| ได้ทำงานร่วมกับหลายแผนก | ตารางกะเปลี่ยนตามงานของลูกค้า |
| เห็นงานหลายประเภทและแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น | ช่วงเปลี่ยนห้องและเก็บงานมีแรงกดดันสูง |
| ต่อยอดไปเป็น Captain, Supervisor หรือ Manager ได้ | วันหยุดอาจไม่ตรงเสาร์อาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์ |
| สร้างเครือข่ายกับทีม Sales, Kitchen และ Event | รายรับบางส่วนอาจเปลี่ยนตามเซอร์วิสชาร์จ |
งานนี้เหมาะกับคนที่รู้สึกสนุกเมื่อเห็นห้องว่างเปลี่ยนเป็นงานจริง ชอบความสำเร็จที่เกิดจากทีม และไม่ติดว่าทุกวันต้องทำงานเหมือนเดิม คนที่ต้องการตารางคงที่ มีข้อจำกัดด้านการยกของ หรือไม่สะดวกทำงานกลางคืนควรสอบถามรูปแบบกะอย่างละเอียด หรือพิจารณาตำแหน่งโรงแรมที่มีลักษณะงานต่างออกไป
อีกด้านหนึ่ง ประสบการณ์ Banquet ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของโรงแรม เพราะต้องประสาน Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering, HR และ Sales อยู่เสมอ ความเข้าใจนี้มีประโยชน์เมื่อเลื่อนเป็นหัวหน้างานหรือย้ายไปสาย Event Operations และ Catering Sales
ทำอย่างไรให้อยู่รอดในงาน Banquet และไม่หมดแรงเร็ว
การอยู่รอดในงาน Banquet ต้องอาศัยการเตรียมร่างกาย การจัดลำดับงาน และการสื่อสารมากกว่าการใช้แรงอย่างเดียว คนที่รู้แผนงานล่วงหน้า จัดอุปกรณ์เป็นระบบ และขอความช่วยเหลือถูกจังหวะมักทำงานได้ปลอดภัยและผิดพลาดน้อยกว่า
เริ่มจากอ่าน BEO และฟัง Briefing ให้ครบ อย่าจำจากงานครั้งก่อน เพราะจำนวนแขก เมนู และผังห้องอาจเปลี่ยน ตรวจสเตชันก่อนแขกเข้า โดยดูน้ำแข็ง น้ำดื่ม ช้อนส้อม ถาด และอุปกรณ์สำรองให้พร้อม การเดินกลับไปหยิบของบ่อย ๆ ทำให้เหนื่อยและทำให้บริการช้า
วิธีจัดการวันงานหนักแบบเป็นขั้นตอน
- เช็กเวลาสำคัญ เช่น แขกเข้า เปิดเวที พักกาแฟ และขึ้นอาหาร
- แบ่งพื้นที่รับผิดชอบกับเพื่อนให้ชัดก่อนเริ่มงาน
- เตรียมของสำรองไว้ใกล้จุดใช้งานโดยไม่กีดขวางทางหนีไฟ
- แจ้ง Captain ทันทีเมื่ออาหาร อุปกรณ์ หรือกำลังคนไม่พอ
- ใช้ช่วงพักดื่มน้ำ รับประทานอาหาร และเปลี่ยนถุงเท้าหากจำเป็น
- หลังงานจบ เก็บของตามหมวดและรายงานของชำรุดหรือสูญหาย
ไม่ควรฝืนยกของหนักคนเดียวหรือรีบจนละเลยความปลอดภัย หากมีอาการปวดผิดปกติควรแจ้งหัวหน้างาน การเลือกพื้นที่ทำงานก็สำคัญ คนที่ต้องการความต่อเนื่องอาจเหมาะกับโรงแรมประชุมสัมมนา ส่วนคนที่ชอบบรรยากาศกลางแจ้งและปรับตัวกับฤดูกาลได้อาจเหมาะกับรีสอร์ตริมทะเล
สรุปแล้วงาน Banquet เหมาะกับใคร และควรเริ่มอย่างไร
งาน Banquet เหมาะกับคนที่ชอบงานบริการ ชอบทำงานเป็นทีม พร้อมทำงานเป็นกะ และรับได้กับวันที่ใช้แรงมาก งานนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่สบาย แต่ให้ประสบการณ์หน้างานรวดเร็วและต่อยอดสู่ตำแหน่งหัวหน้า งาน Event และสาย Sales ของโรงแรมได้
ก่อนสมัครควรประเมินทั้งสุขภาพ เวลาเดินทาง รูปแบบกะ และรายรับรวม อย่าดูเฉพาะชื่อตำแหน่งหรือเงินเดือนฐาน เพราะคุณภาพชีวิตยังขึ้นกับจำนวนงาน ขนาดทีม เวลาพัก สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และที่พักหรือรถรับส่งของพนักงานด้วย
- เลือกพื้นที่ทำงานที่เดินทางหรือพักอาศัยได้จริง
- ค้นหาตำแหน่ง Banquet Waiter, Banquet Captain หรือ Event Coordinator ที่ตรงประสบการณ์
- เปรียบเทียบหน้าที่ กะงาน สวัสดิการ และรูปแบบการจ้างอย่างน้อยหลายโรงแรม
- ปรับเรซูเม่ให้เน้นงานบริการ การทำงานเป็นทีม และความพร้อมด้านเวลา
- ถาม HR เรื่องรายได้ เซอร์วิสชาร์จ วันหยุด และเส้นทางเติบโตก่อนรับข้อเสนอ
- เริ่มดู ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย และสมัครเฉพาะงานที่เงื่อนไขเหมาะกับชีวิตจริง
หากยังไม่แน่ใจ สามารถเริ่มจากงาน Casual เพื่อทดลองบรรยากาศและเรียนรู้มาตรฐานพื้นฐาน เมื่อมีประสบการณ์แล้วจึงเลือกสมัครพนักงานประจำหรือเลื่อนสู่ระดับ Captain เป้าหมายสำคัญคือหาทีมที่สอนงานจริง จัดกะเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน
บทความนี้เป็นภาพรวม ถ้าอยากได้ขั้นตอนทำงานจริงและคำถามสัมภาษณ์ครบชุด เล่มพวกนี้เขียนไว้ละเอียดกว่า
Bartender มืออาชีพ คู่มือบาร์เทนเดอร์โรงแรม ตั้งแต่พื้นฐานถึงระดับโปร
SKU-00052
F&B Service มืออาชีพ: งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม
SKU-00053
F&B Profit Master: คู่มืออ่านและควบคุมรายงาน P&L จากรายงานสิ้นเดือนสู่กำไรพุ่ง, คิดและลดต้นทุน, ออกแบบโปรโมชั่น, สูตรลับเพิ่มยอดขายให้ทุกห้องอาหาร
SKU-00055
Breakfast Buffet Mastery: จัดการบุฟเฟต์เช้าให้แขกพึงพอใจ ลดของเสีย ลดต้นทุน
SKU-00066
คำถามที่พบบ่อย
งาน Banquet คืออะไร
งาน Banquet คืองานจัดเลี้ยงและบริการอีเวนต์ภายในโรงแรม เช่น งานประชุม งานแต่ง งานสัมมนา และงานเลี้ยงบริษัท พนักงานรับผิดชอบการจัดห้อง เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม ดูแลแขก และเก็บพื้นที่หลังจบงาน งานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แผนก Food & Beverage และต้องประสานกับ Kitchen, Sales, Engineering และแผนกอื่น
งาน Banquet เหนื่อยไหม
งาน Banquet ค่อนข้างเหนื่อยเพราะต้องยืน เดิน ยกอุปกรณ์ และทำงานตามเวลาของอีเวนต์ ช่วงที่หนักมักเป็นตอนเซ็ตอัป เปลี่ยนรูปแบบห้อง และเก็บงานหลังแขกกลับ ระดับความเหนื่อยขึ้นอยู่กับขนาดงาน จำนวนทีม และระบบการบริหารของโรงแรม
พนักงาน Banquet ต้องทำงานกะดึกไหม
พนักงาน Banquet อาจต้องทำกะดึกเมื่อมีงานแต่ง งานเลี้ยงบริษัท หรืองานที่เลิกช่วงกลางคืน แม้แขกกลับแล้ว ทีมยังต้องเก็บอุปกรณ์และคืนพื้นที่ ตารางกะจึงขึ้นอยู่กับกำหนดการของลูกค้าและอาจเปลี่ยนในแต่ละสัปดาห์
ไม่มีประสบการณ์สมัครงาน Banquet ได้ไหม
สมัครได้ เพราะหลายโรงแรมรับผู้เริ่มต้นหรือพนักงาน Casual และมีการสอนมาตรฐานหน้างาน ผู้สมัครควรแสดงความพร้อมทำงานเป็นกะ ความตรงต่อเวลา และความสามารถทำงานเป็นทีม หากมีประสบการณ์ร้านอาหาร งานบริการ หรืองานกิจกรรม ควรนำมาใส่ในเรซูเม่ด้วย
เงินเดือนงาน Banquet เท่าไร
เงินเดือนงาน Banquet ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ประสบการณ์ ระดับโรงแรม พื้นที่ และรูปแบบการจ้าง จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกแห่ง รายรับรวมอาจมีเซอร์วิสชาร์จ ค่าอาหาร ค่ากะ หรือสวัสดิการอื่น และควรสอบถาม HR ก่อนรับข้อเสนอ
งาน Banquet กับพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารต่างกันอย่างไร
พนักงานร้านอาหารดูแลการบริการในห้องอาหารตามรอบเปิดปิด ส่วน Banquet ทำงานตามอีเวนต์และต้องเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง Banquet มักดูแลแขกจำนวนมากพร้อมกันและต้องทำตามกำหนดการของผู้จัดงาน ทั้งสองงานใช้ทักษะบริการอาหารและเครื่องดื่ม แต่จังหวะและวิธีจัดทีมต่างกัน
งาน Banquet มีโอกาสเติบโตไปตำแหน่งอะไร
พนักงานสามารถเติบโตจาก Banquet Waiter หรือ Waitress ไปเป็น Captain, Supervisor, Assistant Banquet Manager และ Banquet Manager ได้ ประสบการณ์ยังต่อยอดไปยัง Event Coordinator, Catering Sales, Restaurant Operations หรือสาย F&B อื่น ความก้าวหน้าขึ้นอยู่กับผลงาน ทักษะภาษา การนำทีม และโครงสร้างของโรงแรม
ควรถามอะไรตอนสัมภาษณ์งาน Banquet
ควรถามเรื่องหน้าที่จริง รูปแบบกะ จำนวนวันหยุด และวิธีจัดตารางงาน รวมถึงเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ อาหารพนักงาน รถรับส่ง ที่พัก และเงื่อนไขช่วงทดลองงาน ควรถามด้วยว่าทีมมีขนาดเท่าใดและโรงแรมจัดงานประเภทใดเป็นหลัก เพื่อประเมินว่างานเหมาะกับสุขภาพและการใช้ชีวิตหรือไม่


