แผนกในโรงแรมมีอะไรบ้าง แผนกไหนเหมาะกับคุณ
แผนกหลักในโรงแรมประกอบด้วย Front Office, Housekeeping, F&B Service, Kitchen, Engineering, Sales, HR, Finance และงานสนับสนุนอื่น แต่ละแผนกใช้ทักษะ บุคลิก และรูปแบบการทำงานต่างกัน การเลือกแผนกที่เหมาะควรพิจารณาว่าคุณชอบพบแขกหรือทำงานเบื้องหลัง รับกะงานได้เพียงใด มีทักษะภาษาและงานบริการระดับไหน รวมถึงต้องการทำงานในโรงแรมเมืองหรือรีสอร์ต
แผนกในโรงแรมมีทั้ง Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering, Sales, HR, Finance และแผนกสนับสนุนอื่น คนชอบพบแขกและใช้ภาษาเหมาะกับ Front Office หรือ F&B ส่วนคนละเอียดเป็นระบบอาจเหมาะกับ Housekeeping, Finance หรือ HR ขณะที่ผู้มีทักษะช่างเหมาะกับ Engineering การเลือกที่ถูกต้องต้องดูบุคลิก ทักษะ กะงาน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ และประเภทโรงแรมควบคู่กัน
- Front Office และ F&B เหมาะกับคนรักงานบริการและรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าได้
- Housekeeping และ Kitchen ต้องการความละเอียด ความเร็ว และความอดทนทางร่างกาย
- Engineering เหมาะกับผู้มีทักษะช่าง ส่วน Sales, HR และ Finance เน้นการวางแผนและประสานงาน
- เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จขึ้นอยู่กับโรงแรม ตำแหน่ง พื้นที่ และช่วงฤดูกาล
- ก่อนสมัครควรเปรียบเทียบหน้าที่ กะงาน เส้นทางเติบโต และสภาพแวดล้อมจริงของโรงแรม
แผนกในโรงแรมมีอะไรบ้าง และแต่ละแผนกทำหน้าที่อะไร
โรงแรมทั่วไปแบ่งงานเป็นแผนกบริการส่วนหน้า แผนกห้องพัก แผนกอาหารและเครื่องดื่ม แผนกครัว แผนกช่าง และแผนกบริหารสนับสนุน โครงสร้างจริงอาจเล็กหรือใหญ่ต่างกันตามจำนวนห้อง ระดับบริการ และประเภทของโรงแรม
Front Office ดูแลการจอง การเช็กอิน เช็กเอาต์ และช่วยเหลือแขกระหว่างเข้าพัก ส่วน Housekeeping รับผิดชอบความสะอาดห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง ผ้า และของใช้ภายในห้อง F&B Service ให้บริการในห้องอาหาร บาร์ งานจัดเลี้ยง และรูมเซอร์วิส ขณะที่ Kitchen เตรียมและผลิตอาหารตามมาตรฐานของโรงแรม
Engineering ดูแลระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ และการบำรุงรักษา Sales and Marketing หาลูกค้าองค์กร บริษัททัวร์ งานประชุม และช่องทางรายได้ใหม่ HR ดูแลการสรรหา พนักงานสัมพันธ์ การฝึกอบรม และเอกสารบุคลากร ส่วน Finance and Accounting ดูแลรายรับ รายจ่าย ต้นทุน และการควบคุมทางการเงิน โรงแรมขนาดใหญ่อาจมี Security, IT, Spa, Recreation, Purchasing และ Revenue Management แยกเฉพาะทาง
| แผนก | ตำแหน่งเริ่มต้นที่พบบ่อย | ลักษณะงานหลัก | ทักษะสำคัญ |
|---|---|---|---|
| Front Office | Receptionist, Guest Service Agent | ต้อนรับและดูแลการเข้าพัก | ภาษา การสื่อสาร การแก้ปัญหา |
| Housekeeping | Room Attendant, Public Area Attendant | ดูแลห้องพักและความสะอาด | ความละเอียด ความเร็ว มาตรฐานงาน |
| F&B Service | Waiter, Waitress, Bartender | บริการอาหารและเครื่องดื่ม | งานบริการ การขาย การทำงานเป็นทีม |
| Kitchen | Commis, Kitchen Helper | เตรียมและประกอบอาหาร | วินัย สุขอนามัย ความอดทน |
| Engineering | Technician | ซ่อมบำรุงระบบอาคาร | ความรู้ช่างและความปลอดภัย |
| Sales | Sales Coordinator | ประสานลูกค้าและสนับสนุนยอดขาย | เจรจา เอกสาร และติดตามงาน |
งาน Front Office เหมาะกับใคร และต้องทำกะอะไรบ้าง
Front Office เหมาะกับคนที่ชอบพบผู้คน สื่อสารชัด ควบคุมอารมณ์ได้ และพร้อมแก้ปัญหาต่อหน้าแขก งานส่วนใหญ่มีทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะดึก เพราะแผนกต้อนรับต้องให้บริการตลอดเวลาที่โรงแรมเปิดดำเนินการ
ตำแหน่งใน Front Office มีอะไรบ้าง
ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ Receptionist, Guest Service Agent, Front Desk Agent, Bellman, Concierge, Telephone Operator, Reservation Agent และ Night Auditor โรงแรมบางแห่งรวม Reservation ไว้กับ Front Office แต่บางแห่งแยกเป็นทีมเฉพาะ ผู้สมัครใหม่มักเริ่มจากงานต้อนรับ รับโทรศัพท์ ยกสัมภาระ หรือสำรองห้องพัก แล้วจึงเติบโตเป็น Supervisor, Duty Manager และ Front Office Manager
คนทำ Front Office ควรใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงได้ โดยเฉพาะการอธิบายข้อมูลโรงแรม รับคำร้องขอ และจัดการข้อร้องเรียน ภาษาที่สามมีประโยชน์ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาแน่น เช่น สุขุมวิท สีลม ป่าตอง พัทยา และสมุย แต่ไม่ควรรอให้ภาษาสมบูรณ์จึงสมัคร เพราะหลายตำแหน่งพัฒนาได้จากการทำงานจริง
ข้อดีคือได้ฝึกภาษา รู้จักระบบโรงแรม และเห็นภาพการทำงานหลายแผนก ข้อท้าทายคือแรงกดดันช่วงแขกเข้าออกพร้อมกัน การทำงานวันหยุด และการรับมือแขกที่ไม่พอใจ ก่อนสมัครควรถามเรื่องรูปแบบกะ จำนวนวันหยุด ค่าอาหาร ที่พักพนักงาน และการเดินทางหลังเลิกกะดึกให้ชัดเจน
งาน Housekeeping เหมาะกับใคร และหนักแค่ไหน
Housekeeping เหมาะกับคนละเอียด รักษามาตรฐาน ทำงานเป็นขั้นตอน และรับงานที่ใช้แรงกายได้ งานไม่ได้มีแค่ทำความสะอาด แต่เป็นแผนกสำคัญที่ทำให้ห้องพร้อมขาย ปลอดภัย และตรงตามความคาดหวังของแขก
ตำแหน่งแม่บ้านโรงแรมไม่ได้มีแค่ Room Attendant
ตำแหน่งในแผนกนี้ประกอบด้วย Room Attendant, Public Area Attendant, Housekeeping Coordinator, Linen Attendant, Uniform Attendant และ Supervisor โรงแรมขนาดใหญ่หรือรีสอร์ตอาจมี Laundry แยกต่างหาก งานแต่ละตำแหน่งต้องประสานกับ Front Office เพื่อแจ้งสถานะห้อง รวมถึง Engineering เมื่อพบอุปกรณ์ชำรุดหรือปัญหาระบบภายในห้อง
ลักษณะงานต้องเดิน ยืน ก้ม ยก และทำงานตามเวลาที่กำหนด ความเร็วสำคัญ แต่ไม่ควรแลกกับความสะอาดหรือความปลอดภัย ผู้สมัครควรถามโรงแรมถึงมาตรฐานจำนวนห้องต่อกะ วิธีแบ่งพื้นที่ อุปกรณ์ที่มีให้ และขั้นตอนเมื่อพบทรัพย์สินแขก เพราะภาระงานขึ้นอยู่กับประเภทห้อง อัตราเข้าพัก และมาตรฐานของแต่ละโรงแรม
โรงแรมเมืองในกรุงเทพฯ อาจมีการหมุนห้องเร็วและแขกธุรกิจพักสั้น ส่วนรีสอร์ตในภูเก็ต กระบี่ เขาหลัก หรือหัวหินมักมีห้องขนาดใหญ่ พื้นที่กลางแจ้ง และระยะเดินระหว่างอาคารมากขึ้น ช่วง High season งานอาจหนาแน่น ส่วน Low season มักใช้เวลาในการทำความสะอาดใหญ่ ฝึกอบรม หรือบำรุงห้อง ผู้ที่สม่ำเสมอและรักษาคุณภาพได้มีทางเติบโตสู่ Supervisor, Assistant Executive Housekeeper และ Executive Housekeeper
งาน F&B Service กับงานครัวต่างกันอย่างไร
F&B Service เน้นพบแขก รับรายการอาหาร เสิร์ฟ ดูแลโต๊ะ และสร้างยอดขาย ส่วน Kitchen เน้นเตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ควบคุมคุณภาพและสุขอนามัย ทั้งสองฝ่ายทำงานใกล้ชิดกัน แต่ใช้ทักษะและรับแรงกดดันคนละรูปแบบ
เลือกงานหน้าบ้านหรือหลังบ้าน
ถ้าชอบพูดคุย อ่านความต้องการของลูกค้า และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า งาน Waiter, Waitress, Hostess, Bartender หรือ Banquet Service อาจเหมาะกับคุณ ถ้าชอบลงมือทำ มีสมาธิ และสนใจเทคนิคอาหาร งาน Kitchen Helper, Commis, Demi Chef หรือ Bakery อาจตรงกว่า ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องพร้อมเรียนรู้มาตรฐานการบริการ ความปลอดภัยอาหาร และการทำงานเป็นทีม
| ประเด็น | F&B Service | Kitchen |
|---|---|---|
| การพบแขก | พบแขกโดยตรงตลอดกะ | พบแขกน้อย ยกเว้นครัวเปิดหรือสถานีสด |
| ทักษะเด่น | การสื่อสาร การขาย และบุคลิกบริการ | เทคนิคอาหาร ความแม่นยำ และสุขอนามัย |
| ช่วงงานเร่ง | มื้ออาหาร งานเลี้ยง และกรุ๊ปทัวร์ | ก่อนเปิดบริการและช่วงรายการอาหารเข้าพร้อมกัน |
| เส้นทางเติบโต | Captain, Supervisor, Outlet Manager | Chef de Partie, Sous Chef, Executive Chef |
| ข้อท้าทาย | ข้อร้องเรียนและการยืนนาน | ความร้อน ความเร็ว และวินัยในครัว |
โรงแรมประชุมสัมมนาในกรุงเทพฯ หรือพัทยาอาจมีงาน Banquet จำนวนมากและเวลาเปลี่ยนตามกำหนดงาน รีสอร์ตริมทะเลที่สมุย ภูเก็ต หรือกระบี่อาจเน้นห้องอาหารหลายรูปแบบ บาร์ริมสระ และงานแต่งงาน บูทีคโฮเทลอาจมีทีมเล็ก ทำให้พนักงานหนึ่งคนรับผิดชอบหลายหน้าที่ ควรอ่านรายละเอียดงานและถามตารางกะก่อนตัดสินใจ
งาน Engineering โรงแรมทำอะไร และต้องเรียนช่างมาหรือไม่
Engineering ดูแลให้อาคาร ระบบ และอุปกรณ์ของโรงแรมทำงานต่อเนื่องและปลอดภัย ผู้สมัครหลายตำแหน่งควรมีพื้นฐานช่างหรือวุฒิที่เกี่ยวข้อง แต่บางงานระดับเริ่มต้นเปิดรับผู้มีประสบการณ์ภาคปฏิบัติและพร้อมเรียนรู้ตามมาตรฐานโรงแรม
งานหลักครอบคลุมระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำร้อน ปั๊ม ระบบสระว่ายน้ำ อุปกรณ์ครัว และการบำรุงรักษาห้องพัก ช่างต้องรับใบแจ้งซ่อมจาก Front Office และ Housekeeping จัดลำดับความเร่งด่วน บันทึกงาน และอธิบายสถานการณ์ให้แผนกที่เกี่ยวข้องเข้าใจ บางโรงแรมมีเวรฉุกเฉินหรือกะกลางคืน เพราะปัญหาระบบเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
คุณสมบัติสำคัญคือการวิเคราะห์สาเหตุ ความรอบคอบ และวินัยด้านความปลอดภัย คนที่ซ่อมเก่งแต่ไม่บันทึกหรือไม่สื่อสารอาจทำให้งานซ้ำและกระทบแขกได้ ใบรับรองหรือความรู้เฉพาะทางอาจจำเป็นตามหน้าที่และข้อกำหนดของโรงแรม ผู้สมัครจึงควรตรวจประกาศงานเป็นรายตำแหน่ง
ลักษณะสถานที่มีผลต่อเนื้องาน โรงแรมสูงในกรุงเทพฯ เน้นระบบอาคารและลิฟต์ รีสอร์ตที่เขาหลัก สมุย หรือภูเก็ตมีพื้นที่กว้าง ระบบสระ และอุปกรณ์กลางแจ้งที่ได้รับผลจากอากาศทะเล ส่วนโรงแรมเก่ากับโรงแรมเปิดใหม่ก็มีโจทย์ต่างกัน แห่งหนึ่งเน้นแก้ปัญหาและปรับปรุง อีกแห่งเน้นตรวจรับระบบและวางแผนป้องกัน
งาน Sales, HR และ Finance ในโรงแรมเหมาะกับคนแบบไหน
Sales เหมาะกับคนเจรจาเก่งและติดตามเป้าหมายได้ HR เหมาะกับคนเข้าใจผู้คนพร้อมทำงานเอกสาร ส่วน Finance เหมาะกับคนละเอียดและรับผิดชอบข้อมูลตัวเลข ทั้งสามแผนกมักทำงานเวลาสำนักงานมากกว่าแผนกปฏิบัติการ แต่บางช่วงต้องทำงานนอกเวลา
แผนกสนับสนุนก็ต้องเข้าใจงานบริการ
Sales Coordinator และ Sales Executive ประสานลูกค้าองค์กร เอเจนต์ งานแต่งงาน และงานประชุม รวมถึงจัดทำข้อเสนอและส่งต่องานให้ฝ่ายปฏิบัติการ ตลาดในสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยามีทั้งลูกค้าธุรกิจ งานประชุม และนักท่องเที่ยว ส่วนเชียงใหม่ หัวหิน และเมืองรีสอร์ตอาจมีสัดส่วนงานแต่ง กรุ๊ปสัมมนา และตลาดพักผ่อนแตกต่างกัน
HR Officer หรือ Human Resources ดูแลการรับสมัคร ปฐมนิเทศ เวลาเข้างาน สวัสดิการ การฝึกอบรม และพนักงานสัมพันธ์ งานนี้ต้องรักษาความลับและสื่อสารนโยบายอย่างเป็นธรรม Finance and Accounting มีทั้ง Income Audit, Accounts Payable, Accounts Receivable, Cost Control และ General Cashier แต่ละตำแหน่งดูแลข้อมูลคนละส่วนและต้องตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นระบบ
แม้งานเหล่านี้ไม่พบแขกตลอดวัน แต่ต้องเข้าใจว่าการตัดสินใจของตนกระทบการบริการอย่างไร Sales ต้องไม่รับปากเกินความสามารถของทีม HR ต้องเข้าใจกะงานและข้อจำกัดหน้างาน ส่วน Finance ต้องควบคุมต้นทุนโดยไม่ทำให้มาตรฐานบริการเสีย ผู้สมัครที่มีประสบการณ์สำนักงานจากธุรกิจอื่นสามารถย้ายเข้าสู่โรงแรมได้ หากเรียนรู้คำศัพท์ ระบบ และจังหวะการทำงานของอุตสาหกรรม
เงินเดือนโรงแรม สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จดูอย่างไร
รายได้งานโรงแรมควรพิจารณาทั้งเงินเดือนพื้นฐาน เซอร์วิสชาร์จ ค่าอาหาร ที่พัก ค่าเดินทาง ประกัน วันหยุด และค่าตอบแทนตามกะ ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับโรงแรม ตำแหน่ง ประสบการณ์ พื้นที่ ผลประกอบการ และนโยบายของนายจ้าง จึงไม่ควรตัดสินจากเงินเดือนเพียงรายการเดียว
เซอร์วิสชาร์จอาจเปลี่ยนตามรายได้และวิธีจัดสรรของแต่ละโรงแรม บางแห่งจ่ายตามยอดจริง บางแห่งมีเงื่อนไขขั้นต่ำหรือเงื่อนไขระหว่างทดลองงาน ผู้สมัครควรถามว่าเริ่มได้รับเมื่อใด คำนวณอย่างไร และตัวเลขที่แจ้งเป็นค่าเฉลี่ยของช่วงไหน สามารถดูข้อมูลประกอบจาก เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย แต่ควรยืนยันกับฝ่าย HR ของโรงแรมทุกครั้ง
รีสอร์ตในสมุย เขาหลัก กระบี่ หรือภูเก็ตอาจมีที่พักพนักงานหรือรถรับส่ง เพราะสถานที่อยู่ไกลชุมชน ขณะที่โรงแรมเมืองในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือพัทยาอาจเน้นค่าอาหาร ยูนิฟอร์ม และการเดินทางที่สะดวกกว่า สวัสดิการที่ดูเหมือนเล็กอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายจริงได้มาก จึงควรคำนวณรายได้สุทธิเทียบกับค่าเช่าและค่าเดินทาง
- ขอรายละเอียดเงินเดือนพื้นฐานและค่าตอบแทนประจำทั้งหมด
- ถามเงื่อนไขเซอร์วิสชาร์จ ช่วงทดลองงาน และวันที่จ่าย
- ตรวจสวัสดิการที่ลดค่าใช้จ่ายจริง เช่น อาหาร ที่พัก รถรับส่ง และยูนิฟอร์ม
- เปรียบเทียบวันหยุด กะงาน และค่าเดินทางจากที่พัก
- ขอให้ HR ยืนยันเงื่อนไขสำคัญในเอกสารก่อนเริ่มงาน
โรงแรมเมืองกับรีสอร์ตต่างกันอย่างไร ควรเลือกทำงานที่ไหน
โรงแรมเมืองมักมีจังหวะงานรวดเร็ว แขกธุรกิจ และการเดินทางสะดวก ส่วนรีสอร์ตมีพื้นที่กว้าง แขกพักนาน และงานผูกกับฤดูกาลท่องเที่ยวมากกว่า ตัวเลือกที่เหมาะขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต ประเภทแขกที่อยากดูแล และความพร้อมย้ายที่อยู่
โรงแรมในกรุงเทพฯ แถบสุขุมวิท สีลม หรือริมแม่น้ำเจ้าพระยามีทั้งโรงแรมธุรกิจ โรงแรมหรู และโรงแรมประชุมสัมมนา พนักงานอาจพบแขกหลายกลุ่มในวันเดียว ต้องทำงานเร็วและประสานหลายแผนก เชียงใหม่มีทั้งโรงแรมเมือง บูทีค และรีสอร์ตที่ผสมวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วนพัทยามีทั้งตลาดพักผ่อน กรุ๊ปทัวร์ งานประชุม และงานอีเวนต์
ภูเก็ตแถบป่าตองมีสภาพแวดล้อมคึกคักและการหมุนเวียนแขกสูง ขณะที่กะรน เขาหลัก กระบี่ สมุย และหัวหินมีรีสอร์ตที่กระจายตัวตามชายหาด การเดินทางและที่พักพนักงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในช่วง High season จำนวนแขกและชั่วโมงงานอาจเพิ่มขึ้น ส่วน Low season บางพื้นที่อาจมีการปรับกะ ซ่อมบำรุง หรือฝึกอบรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของโรงแรม
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โรงแรมเมือง | รีสอร์ต |
|---|---|---|
| ลักษณะแขก | ธุรกิจ พักสั้น ประชุม และท่องเที่ยว | พักผ่อน พักหลายคืน ครอบครัว และคู่รัก |
| จังหวะงาน | รวดเร็วและมีช่วงเข้าออกชัด | สัมพันธ์กับกิจกรรม พื้นที่ และฤดูกาล |
| การเดินทาง | มักเข้าถึงขนส่งสาธารณะง่ายกว่า | อาจต้องใช้รถรับส่งหรือพักใกล้โรงแรม |
| ประสบการณ์ที่ได้ | แก้ปัญหาเร็วและพบลูกค้าหลากหลาย | ดูแลประสบการณ์แขกต่อเนื่องหลายวัน |
ไม่มีประสบการณ์โรงแรมควรสมัครแผนกไหนดี
ผู้ไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มจากตำแหน่งระดับเริ่มต้นใน Front Office, Housekeeping, F&B Service, Kitchen หรือแผนกสนับสนุนตามพื้นฐานของตน สิ่งสำคัญคือเลือกงานที่ใช้จุดแข็งเดิมได้ และแสดงให้นายจ้างเห็นว่าคุณเข้าใจกะงาน งานบริการ และความรับผิดชอบของตำแหน่ง
ประสบการณ์ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก คอลเซ็นเตอร์ หรือบริการลูกค้าสามารถเชื่อมโยงกับ Front Office และ F&B ได้ งานทำความสะอาด ดูแลบ้าน หรือควบคุมคุณภาพเชื่อมโยงกับ Housekeeping ส่วนประสบการณ์ช่าง โรงงาน หรืออาคารนำไปใช้กับ Engineering ได้ ผู้จบใหม่ด้านบัญชี บุคคล การตลาด และท่องเที่ยวควรมองหาตำแหน่ง Coordinator, Officer, Trainee หรือ Agent ที่เปิดรับระดับเริ่มต้น
- อ่านและพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์บริการพื้นฐานได้
- ทำงานเป็นกะ วันหยุด และช่วงเทศกาลได้ตามเงื่อนไขตำแหน่ง
- แต่งกายสะอาด ตรงเวลา และสื่อสารสุภาพ
- ยกตัวอย่างการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม หรือการรับผิดชอบงานได้
- เข้าใจหน้าที่ของแผนกที่สมัคร ไม่ส่งใบสมัครแบบเดียวทุกตำแหน่ง
- ตรวจเส้นทางเดินทางและค่าใช้จ่ายก่อนตอบรับสัมภาษณ์
เริ่มค้นหาได้จาก ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย และตรวจรายชื่อ โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน ควรอ่านคุณสมบัติให้ครบ แม้ยังขาดทักษะบางข้อก็สมัครได้หากเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ แต่ไม่ควรอ้างประสบการณ์ ภาษา หรือใบรับรองที่ไม่มีจริง
เลือกแผนกโรงแรมที่เหมาะกับตัวเองอย่างไร
วิธีเลือกแผนกที่เหมาะที่สุดคือประเมินพลังงาน บุคลิก ทักษะ และข้อจำกัดชีวิตของตน แล้วเทียบกับงานจริงในแต่ละกะ อย่าเลือกจากชื่อแผนกหรือภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว เพราะตำแหน่งที่ดูคล้ายกันอาจมีภาระงานต่างกันมากในแต่ละโรงแรม
ลองตอบคำถามก่อนส่งใบสมัคร
หากคุณสนุกกับการสนทนาและไม่กลัวข้อร้องเรียน Front Office หรือ F&B อาจเหมาะ หากชอบเห็นผลงานที่เรียบร้อยและทำตามมาตรฐาน Housekeeping อาจตอบโจทย์ คนที่มีสมาธิกับงานผลิตและรับสภาพแวดล้อมร้อนได้ควรพิจารณา Kitchen ส่วนผู้ชอบแก้ปัญหาเครื่องมือและระบบเหมาะกับ Engineering สำหรับคนที่ชอบเจรจา วางแผน หรือทำเอกสาร อาจมอง Sales, HR หรือ Finance
- เลือกแผนกที่สนใจสามอันดับ โดยเขียนเหตุผลจากประสบการณ์จริงของตน
- อ่านประกาศงานอย่างน้อยหลายแห่งเพื่อหาหน้าที่และคุณสมบัติที่ซ้ำกัน
- ประเมินว่ารับกะดึก วันหยุด การยืนหรือเดินนาน และแรงกดดันแบบใดได้
- ปรับเรซูเม่ให้เน้นทักษะที่ตรงกับแผนก ไม่ใช้ข้อความกว้างเกินไป
- เตรียมคำถามเรื่องหัวหน้างาน การฝึกอบรม กะ สวัสดิการ และเส้นทางเติบโต
- สมัครตำแหน่งที่เหมาะหลายแห่ง แล้วเปรียบเทียบข้อมูลหลังสัมภาษณ์
หากยังตัดสินใจไม่ได้ ให้ลองสมัครงานชั่วคราว งานพาร์ตไทม์ งานจัดเลี้ยง หรือฝึกงานเพื่อเห็นหน้างานจริง การพูดคุยกับคนในตำแหน่งเดียวกันช่วยให้เข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดมากขึ้น และสามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมใน คู่มือหางานโรงแรม เพื่อเตรียมเรซูเม่และสัมภาษณ์
สรุปแล้วควรเริ่มหางานโรงแรมอย่างไร
เริ่มจากเลือกแผนกที่ตรงกับบุคลิกและข้อจำกัดชีวิตสองถึงสามแผนก จากนั้นเปรียบเทียบหน้าที่ กะงาน พื้นที่ รายได้รวม สวัสดิการ และโอกาสเติบโต การสมัครอย่างมีเป้าหมายจะช่วยให้นายจ้างเห็นความเหมาะสมได้ชัดกว่าการสมัครทุกตำแหน่งโดยใช้เรซูเม่ชุดเดียว
คนชอบพบแขกควรพิจารณา Front Office หรือ F&B คนละเอียดและรับงานใช้แรงได้เหมาะกับ Housekeeping หรือ Kitchen ผู้มีพื้นฐานช่างควรมอง Engineering ส่วนผู้ชอบเจรจา บุคคล หรือข้อมูลอาจเหมาะกับ Sales, HR และ Finance ไม่มีแผนกใดดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะความเหมาะสมขึ้นอยู่กับทักษะ เป้าหมาย และรูปแบบชีวิต
- เลือกพื้นที่ทำงานที่เดินทางหรือย้ายไปอยู่ได้จริง
- กำหนดแผนกเป้าหมายและชื่อตำแหน่งภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ
- เตรียมเรซูเม่ให้เน้นประสบการณ์ที่โอนไปใช้กับงานนั้นได้
- ค้นประกาศใหม่และสมัครเฉพาะงานที่เข้าใจหน้าที่
- เตรียมตัวอย่างการบริการ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีมสำหรับสัมภาษณ์
- เปรียบเทียบข้อเสนอทั้งเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ สวัสดิการ กะ และค่าเดินทางก่อนตอบรับ
เมื่อพร้อมแล้ว ให้เริ่มตรวจ ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย โดยใช้ชื่อแผนก ตำแหน่ง และจังหวัดเป็นคำค้น บันทึกงานที่สนใจไว้เปรียบเทียบ และสมัครอย่างสม่ำเสมอโดยตรวจข้อมูลโรงแรมกับเงื่อนไขการจ้างทุกครั้ง
บทความนี้เป็นภาพรวม ถ้าอยากได้ขั้นตอนทำงานจริงและคำถามสัมภาษณ์ครบชุด เล่มพวกนี้เขียนไว้ละเอียดกว่า
AI for Hotel Staff: AI ผู้ช่วยพนักงานโรงแรม เปลี่ยนพนักงานธรรมดาให้ทำงานเก่งขึ้นด้วย AI
SKU-00049
ทำงานโรงแรม & เรือสำราญต่างประเทศ: คู่มือคนไทยไปทำงาน Hospitality ต่างแดน
SKU-00068
HOTEL RESUME: เขียนเรซูเม่ให้ได้งานโรงแรม เทคนิคเล่าเรื่องตัวเองให้โดนใจ HR (ฉบับอัปเดตครั้งที่ 2)
SKU-00074
สัมภาษณ์โรงแรมอย่างโปร ตอบยังไงให้ได้งาน Hotel Interview Mastery: Say It Right, Get Hired (ฉบับอัปเดตครั้งที่ 2)
SKU-00075
คำถามที่พบบ่อย
แผนกในโรงแรมมีอะไรบ้าง
แผนกหลักที่พบบ่อย ได้แก่ Front Office, Housekeeping, F&B Service, Kitchen, Engineering, Sales and Marketing, HR และ Finance โรงแรมขนาดใหญ่อาจมี Reservation, Security, IT, Spa, Purchasing และ Revenue Management แยกต่างหาก ส่วนโรงแรมขนาดเล็กอาจรวมหลายหน้าที่ไว้ในทีมเดียวกัน
แผนกไหนในโรงแรมเหมาะกับคนไม่มีประสบการณ์
ตำแหน่งระดับเริ่มต้นใน Front Office, Housekeeping, F&B Service และ Kitchen มักมีโอกาสรับผู้ไม่มีประสบการณ์ โดยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของโรงแรม ผู้สมัครควรแสดงทักษะบริการ ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และความพร้อมทำกะ ประสบการณ์จากร้านอาหาร ร้านค้า คอลเซ็นเตอร์ หรืองานบริการอื่นสามารถนำมาเชื่อมโยงได้
งานโรงแรมแผนกไหนได้ใช้ภาษาอังกฤษมากที่สุด
Front Office, Guest Relations, Reservation และ F&B Service เป็นกลุ่มงานที่ใช้ภาษาอังกฤษกับแขกโดยตรงบ่อย Sales อาจใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อบริษัท เอเจนต์ และลูกค้าต่างชาติด้วย ระดับภาษาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับตลาดลูกค้าและพื้นที่ของโรงแรม ภาษาที่สามอาจเพิ่มโอกาสในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
งานโรงแรมต้องเข้ากะทุกแผนกหรือไม่
แผนกปฏิบัติการ เช่น Front Office, Housekeeping, F&B, Kitchen, Engineering และ Security มักมีการจัดกะ เพราะต้องรองรับแขกนอกเวลาสำนักงาน Sales, HR และ Finance มักทำงานเวลาสำนักงานมากกว่า แต่อาจต้องเข้าร่วมกิจกรรมหรือทำงานนอกเวลาในบางช่วง ควรถามตารางกะและวันหยุดกับ HR ก่อนรับงาน
Front Office กับ F&B เลือกแผนกไหนดี
Front Office เหมาะกับคนที่ชอบดูแลการเข้าพัก ใช้ระบบ และแก้ปัญหาเรื่องห้อง ส่วน F&B เหมาะกับคนที่ชอบบริการอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศที่เคลื่อนไหวเร็ว ทั้งสองแผนกต้องสื่อสารกับแขกและทำงานเป็นกะ ควรเลือกจากประเภทงานที่สนใจและแรงกดดันที่รับได้
เงินเดือนและเซอร์วิสชาร์จโรงแรมแต่ละแผนกต่างกันไหม
เงินเดือนอาจต่างกันตามระดับตำแหน่ง ทักษะเฉพาะ ประสบการณ์ โรงแรม และพื้นที่ ไม่สามารถสรุปได้ว่าแผนกหนึ่งสูงกว่าอีกแผนกเสมอ เซอร์วิสชาร์จมักเป็นไปตามนโยบายจัดสรรของแต่ละโรงแรมและอาจเปลี่ยนตามผลประกอบการ ผู้สมัครควรเปรียบเทียบรายได้รวม สวัสดิการ และค่าใช้จ่ายในการทำงานร่วมกัน
ทำงานโรงแรมในกรุงเทพฯ กับภูเก็ตต่างกันอย่างไร
กรุงเทพฯ มีโรงแรมเมือง โรงแรมธุรกิจ และโรงแรมประชุมจำนวนมาก จังหวะงานจึงมักเร็วและมีแขกหลากหลาย ภูเก็ตมีตลาดรีสอร์ตและนักท่องเที่ยวพักผ่อนมากกว่า งานอาจสัมพันธ์กับ High season และ Low season ชัดเจนกว่า ควรเปรียบเทียบค่าครองชีพ การเดินทาง ที่พักพนักงาน และประเภทแขกก่อนตัดสินใจ
สมัครงานโรงแรมควรถามอะไรตอนสัมภาษณ์
ควรถามหน้าที่จริง ทีมที่ต้องประสาน รูปแบบกะ วันหยุด และการฝึกอบรม นอกจากนี้ควรถามเงินเดือน เงื่อนไขเซอร์วิสชาร์จ อาหาร ที่พัก รถรับส่ง และสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง หากเป็นรีสอร์ตควรถามเรื่องการเดินทางและที่พักพนักงานให้ละเอียด ควรขอให้เงื่อนไขสำคัญปรากฏในเอกสารการจ้างงาน


