เส้นทางอาชีพ

สายเบเกอรี่และเพสตรี้ในครัวโรงแรม เรียนอะไร ทำงานอย่างไร

งานเบเกอรี่และเพสตรี้ในครัวโรงแรมเหมาะกับคนที่ชอบงานละเอียด มีวินัย และพร้อมทำงานตามกะ โดยเริ่มได้จากการเรียนสายอาหาร หลักสูตรวิชาชีพ หรือฝึกทำจริงพร้อมสะสมผลงาน ตำแหน่งเริ่มต้นมักเป็น Bakery Commis หรือ Pastry Commis ก่อนพัฒนาสู่ Demi Chef, Chef de Partie, Sous Chef และหัวหน้าแผนกตามประสบการณ์

สายเบเกอรี่และเพสตรี้ในครัวโรงแรม เรียนอะไร ทำงานอย่างไร

สายเบเกอรี่และเพสตรี้ในครัวโรงแรมเรียนได้ทั้งระดับอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียนสอนทำอาหาร และหลักสูตรระยะสั้น แต่สิ่งที่โรงแรมให้ความสำคัญไม่แพ้วุฒิคือทักษะจริง ความสะอาด ความสม่ำเสมอ และการทำงานเป็นทีม ผู้เริ่มต้นมักเข้าทำงานในตำแหน่ง Bakery Commis หรือ Pastry Commis ทำงานตามสูตร เตรียมวัตถุดิบ ผลิตขนม และจัดไลน์อาหาร ก่อนเติบโตตามประสบการณ์

  • ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาเฉพาะทาง หากมีทักษะพื้นฐานและผลงานที่ตรวจสอบได้
  • Bakery เน้นขนมปังและแป้งยีสต์ ส่วน Pastry เน้นเค้ก ของหวาน ช็อกโกแลต และการตกแต่ง
  • งานจริงเริ่มเช้า ทำตามกะ และต้องผลิตสินค้าให้ทันเวลาเปิดบริการ
  • เงินเดือน สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จขึ้นอยู่กับโรงแรม ตำแหน่ง พื้นที่ และประสบการณ์
  • เส้นทางเติบโตวัดจากฝีมือ ความรับผิดชอบ การควบคุมต้นทุน และความสามารถในการดูแลทีม

อยากทำงานเบเกอรี่ในโรงแรม ต้องเรียนอะไร

ผู้สมัครงานเบเกอรี่โรงแรมสามารถเรียนสายคหกรรม อาหารและโภชนาการ การโรงแรม ศิลปะการประกอบอาหาร หรือหลักสูตร Bakery and Pastry โดยตรงได้ โรงแรมจำนวนมากพิจารณาทักษะหน้างานควบคู่กับวุฒิ จึงไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องจบปริญญาตรีด้านนี้เท่านั้น

เส้นทางที่เป็นระบบคือเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือปริญญาที่มีวิชาครัวและการฝึกงาน ข้อดีคือได้พื้นฐานเรื่องสุขอนามัย การคำนวณสูตร วัตถุดิบ ต้นทุน และระบบโรงแรม ส่วนหลักสูตรจากโรงเรียนสอนทำอาหารหรือคอร์สระยะสั้นเหมาะกับคนเปลี่ยนสาย เพราะเลือกเรียนเฉพาะขนมปัง เค้ก ครัวซองต์ ช็อกโกแลต หรือของหวานแบบจัดจานได้

วิชาที่ควรเรียนให้ใช้ทำงานได้จริง

ควรฝึกการชั่งตวงแบบแม่นยำ การอ่านสูตร การควบคุมอุณหภูมิ การหมักแป้ง การตีส่วนผสม การอบ การเก็บรักษา และ Food Safety ภาษาอังกฤษในครัวก็สำคัญ เพราะสูตร อุปกรณ์ และคำสั่งงานมักใช้คำอย่าง proof, fold, temper, garnish และ mise en place ผู้ที่ยังไม่มีโอกาสเรียนหลักสูตรยาวสามารถเริ่มจากพื้นฐานเหล่านี้ แล้วทำแฟ้มผลงานเพื่อสมัครฝึกงานหรือสมัครตำแหน่งเริ่มต้นได้

Bakery กับ Pastry ต่างกันอย่างไรในครัวโรงแรม

Bakery ดูแลงานขนมปัง แป้งยีสต์ และผลิตภัณฑ์อบที่ใช้ในห้องอาหาร ส่วน Pastry ดูแลเค้ก ของหวาน ช็อกโกแลต ไอศกรีม และขนมสำหรับงานจัดเลี้ยง โรงแรมขนาดเล็กอาจรวมสองส่วนเป็นทีมเดียว แต่โรงแรมใหญ่สามารถแยกหน้าที่และหัวหน้างานชัดเจน

สายงานงานหลักทักษะสำคัญตัวอย่างผลิตภัณฑ์
Bakeryผสมแป้ง หมัก ขึ้นรูป อบ และวางแผนรอบผลิตเข้าใจยีสต์ กลูเตน เวลา และอุณหภูมิขนมปัง ม้วนอาหารเช้า บาแกตต์ ครัวซองต์
Pastryทำเค้ก ครีม ของหวาน และตกแต่งความละเอียด รสชาติ เนื้อสัมผัส และการจัดจานเค้ก ทาร์ต มูส ช็อกโกแลต ของหวานจาน
Combined Sectionผลิตทั้งขนมปังและของหวานตามยอดใช้งานทำงานได้หลายประเภทและจัดลำดับงานดีอาหารเช้า เบรกประชุม เค้กวันเกิด และบุฟเฟต์

ในโรงแรมกรุงเทพฯ แถบสุขุมวิท สีลม หรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทีมอาจผลิตสินค้าหลายรอบเพื่อรองรับห้องอาหาร คาเฟ่ รูมเซอร์วิส และงานประชุมสัมมนา รีสอร์ตในภูเก็ต พัทยา สมุย หรือกระบี่มักเน้นอาหารเช้า บุฟเฟต์ และของหวานที่เข้ากับอากาศร้อน ผู้สมัครจึงควรอ่าน Job Description ให้ชัดว่าตำแหน่งอยู่ Bakery, Pastry หรือดูแลทั้งสองส่วน เพื่อเตรียมผลงานให้ตรงกับงาน

ตำแหน่งงาน Pastry Chef ในโรงแรมมีระดับอะไรบ้าง

เส้นทางอาชีพโดยทั่วไปเริ่มจาก Trainee หรือ Commis แล้วเลื่อนเป็น Demi Chef de Partie, Chef de Partie, Sous Chef และ Pastry Chef หรือตำแหน่งหัวหน้า ชื่อตำแหน่งอาจแตกต่างกันตามขนาดและโครงสร้างของแต่ละโรงแรม จึงควรดูหน้าที่จริงมากกว่าดูชื่อเพียงอย่างเดียว

ระดับงานหน้าที่โดยทั่วไปสิ่งที่โรงแรมมักพิจารณา
Trainee หรือ Apprenticeเรียนรู้งาน เตรียมของ และช่วยรักษาความสะอาดทัศนคติ วินัย และความพร้อมเรียนรู้
Bakery Commis หรือ Pastry Commisผลิตตามสูตร ดูแล mise en place และเติมไลน์ทักษะพื้นฐาน ความเร็ว และความสม่ำเสมอ
Demi Chef de Partieรับผิดชอบบางสถานี ตรวจงาน และช่วยสอนรุ่นน้องการแก้ปัญหาและทำงานได้โดยไม่ต้องกำกับตลอด
Chef de Partieคุมสถานี วางแผนผลิต ตรวจคุณภาพและยอดเบิกภาวะผู้นำ การคุมเวลา ของเสีย และต้นทุน
Sous Chef หรือ Pastry Chefวางเมนู บริหารทีม สั่งของ และประสานงานทั้งโรงแรมผลงาน การบริหารคน งบประมาณ และมาตรฐานแบรนด์

การเลื่อนระดับไม่ได้ขึ้นกับจำนวนปีเพียงอย่างเดียว คนที่ผลิตงานได้ดีแต่ยังวางแผนไม่เป็นอาจต้องพัฒนาก่อนรับตำแหน่งหัวหน้า ในทางกลับกัน ผู้ที่คุมคุณภาพ สื่อสารกับ F&B และ Kitchen ได้ดี รวมถึงจัดคนตามกะงานได้ มักมีโอกาสรับผิดชอบมากขึ้น สามารถดูประกาศจาก ตำแหน่งงานโรงแรมทั่วไทย เพื่อเปรียบเทียบชื่อตำแหน่งและหน้าที่ที่นายจ้างแต่ละแห่งต้องการ

งานประจำวันของ Bakery Commis และ Pastry Commis ทำอะไรบ้าง

งานประจำวันเริ่มจากตรวจใบสั่งผลิต เตรียมวัตถุดิบ ชั่งสูตร ผลิตขนม อบหรือตกแต่ง แล้วส่งให้ห้องอาหารหรืองานจัดเลี้ยงตามเวลา นอกจากฝีมือทำขนม ยังต้องบันทึกสินค้า ควบคุมวันหมดอายุ ล้างพื้นที่ และส่งต่องานให้กะถัดไปอย่างครบถ้วน

ลำดับงานในหนึ่งกะ

  1. อ่าน production sheet และเช็กจำนวนแขก งานประชุม งานแต่ง หรือคำสั่งพิเศษ
  2. ตรวจวัตถุดิบ อุปกรณ์ เตาอบ ตู้เย็น และสินค้าที่กะก่อนเตรียมไว้
  3. ทำ mise en place โดยชั่งวัตถุดิบและแยกตามสูตรเพื่อลดความผิดพลาด
  4. ผลิตตามลำดับเวลาที่ต้องเสิร์ฟ พร้อมตรวจสี กลิ่น เนื้อสัมผัส และอุณหภูมิ
  5. ติดป้ายชื่อ วันที่ผลิต วันควรใช้ และจัดเก็บตามหลักความปลอดภัยอาหาร
  6. สรุปของเหลือ ของเสีย และงานค้างก่อนส่งมอบกะ

ทีมเบเกอรี่อาจเริ่มงานก่อนห้องอาหารเปิดหลายชั่วโมง เพื่อให้ขนมปังพร้อมสำหรับมื้อเช้า ส่วนทีมเพสตรี้อาจทำทั้งงานเช้าและงานบ่ายเพื่อรองรับ afternoon tea, banquet และ dinner buffet เมื่อมีกรุ๊ปใหญ่หรือประชุมสัมมนา ปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นและต้องประสานกับ Banquet, F&B Service, Purchasing และ Steward อย่างใกล้ชิด งานนี้จึงไม่ใช่การยืนแต่งเค้กอย่างเดียว แต่เป็นงานผลิตที่ต้องตรงเวลาและรักษามาตรฐานทุกชิ้น

กะงานเบเกอรี่โรงแรมหนักไหม และต้องเริ่มงานกี่โมง

กะงานเบเกอรี่โรงแรมมักเริ่มเช้ากว่างานครัวบางส่วน เพราะต้องเตรียมขนมปังให้ทันอาหารเช้า ส่วนเพสตรี้มีทั้งกะเช้า กะบ่าย หรือกะแยกตามงานจัดเลี้ยง เวลาจริงขึ้นอยู่กับประเภทโรงแรม จำนวนห้อง ห้องอาหาร และกิจกรรมในวันนั้น

รูปแบบงานช่วงงานที่พบบ่อยสิ่งที่ต้องเตรียมตัว
อาหารเช้าโรงแรมเมืองเริ่มก่อนเปิดบุฟเฟต์และเร่งผลิตช่วงเช้านอนให้พอ เดินทางได้ในเวลาที่ขนส่งสาธารณะอาจยังไม่ครบ
รีสอร์ตริมทะเลมีรอบผลิตตามมื้ออาหารและจำนวนแขกเข้าพักยืดหยุ่นใน High season และวันที่มีกรุ๊ปใหญ่
โรงแรมประชุมสัมมนาผลิต coffee break หลายรอบและงานเลี้ยงตามกำหนดอ่าน function sheet และคุมจำนวนชิ้นแม่นยำ
บูทีคโฮเทลทีมเล็กและอาจทำหลายหน้าที่ในกะเดียวมีทักษะทั้ง Bakery, Pastry และการจัดจาน

คำว่าหนักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ลักษณะงานมีการยืนนาน ยกถาด ทำงานใกล้ความร้อน และเร่งส่งของเป็นช่วง ผู้สมัครควรถามเรื่องเวลารายงานตัว วันหยุด การหมุนกะ อาหารพนักงาน ที่พัก และรถรับส่งก่อนตกลงทำงาน โดยเฉพาะพื้นที่อย่างเขาหลัก สมุย กระบี่ หรือรีสอร์ตที่อยู่ห่างชุมชน ใน High season ยอดผลิตอาจสูงและมีงานต่อเนื่อง ส่วน Low season บางโรงแรมใช้เวลาฝึกทีม ทดลองเมนู และจัดตารางวันหยุดมากขึ้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของโรงแรม

เงินเดือน Pastry Chef สวัสดิการ และเซอร์วิสชาร์จคิดอย่างไร

เงินเดือนงานเบเกอรี่และเพสตรี้ไม่มีอัตราเดียว เพราะขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ประสบการณ์ ฝีมือ ภาษา ขนาดโรงแรม และพื้นที่ รายได้รวมอาจประกอบด้วยเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ ค่ากะ ค่าอาหาร ที่พัก หรือสวัสดิการอื่นตามนโยบายของแต่ละแห่ง

โรงแรมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสุขุมวิท สีลม และริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาจพิจารณาค่าครองชีพและทักษะที่ใช้กับลูกค้าหลากหลายตลาด ขณะที่รีสอร์ตในภูเก็ต ป่าตอง กะรน สมุย กระบี่ เขาหลัก หรือหัวหินอาจมีที่พักพนักงาน รถรับส่ง หรืออาหารพนักงานเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของข้อเสนอ เชียงใหม่และพัทยาก็มีทั้งโรงแรมเชน โรงแรมอิสระ และร้านเบเกอรี่ในโรงแรม จึงควรเปรียบเทียบรายได้รวม ไม่ใช่เงินเดือนฐานอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม HR ก่อนรับข้อเสนอ

  • เงินเดือนที่แจ้งเป็นรายได้ก่อนหรือหลังหักรายการตามกฎหมาย
  • เซอร์วิสชาร์จมีหลักเกณฑ์แบ่งอย่างไร และเปลี่ยนตามรายได้โรงแรมหรือไม่
  • ช่วงทดลองงานได้รับสวัสดิการและเซอร์วิสชาร์จแบบใด
  • มีอาหารพนักงาน ชุดยูนิฟอร์ม ซักรีด ที่พัก หรือรถรับส่งหรือไม่
  • วันหยุด การทำงานล่วงเวลา และการเปลี่ยนกะเป็นไปตามนโยบายใด
  • มีประกันกลุ่ม ตรวจสุขภาพ หรือกองทุนเพิ่มเติมจากสิทธิตามกฎหมายหรือไม่

ผู้สมัครตรวจข้อมูลประกอบได้ที่ เซอร์วิสชาร์จโรงแรมทั่วไทย แต่ควรถาม HR ของโรงแรมโดยตรงอีกครั้ง เพราะยอดและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา ฤดูกาล และผลประกอบการ

สมัครงานเบเกอรี่โรงแรมโดยไม่มีประสบการณ์ได้อย่างไร

คนไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มจาก Trainee, Apprentice, Bakery Commis หรือ Pastry Commis ระดับต้นได้ โดยใช้ผลงานฝึกทำ ความรู้ด้านสุขอนามัย และความพร้อมทำงานตามกะเป็นหลัก หากยังทำเมนูได้ไม่กว้าง ควรแสดงว่าทำพื้นฐานได้สม่ำเสมอและเรียนรู้จากคำแนะนำได้

  1. เลือกสายเริ่มต้นว่าจะเน้น Bakery, Pastry หรือสมัครทีมที่รวมสองส่วน เพื่อให้การฝึกมีทิศทาง
  2. ฝึกเมนูพื้นฐาน เช่น ขนมปังหนึ่งชนิด เค้กเนื้อหลัก ครีม ทาร์ต และของหวานแบบจัดจาน
  3. ถ่ายภาพผลงานในแสงธรรมชาติ พร้อมระบุชื่อเมนู หน้าที่ที่ทำ และปัญหาที่แก้ได้
  4. เขียนเรซูเม่หนึ่งถึงสองหน้า เน้นการฝึกงาน คอร์สที่เรียน ทักษะอุปกรณ์ และเวลาที่พร้อมเข้ากะ
  5. สมัครหลายระดับที่เหมาะสมผ่าน โรงแรมที่เปิดรับสมัครงาน และอ่านรายละเอียดก่อนส่งใบสมัคร
  6. เตรียมสอบปฏิบัติ โดยทบทวนสูตรพื้นฐาน การจัดพื้นที่ และการทำความสะอาดระหว่างงาน

หากเคยทำร้านกาแฟ ร้านเค้ก ร้านขนมปัง หรือรับออร์เดอร์ที่บ้าน ให้ใส่เป็นประสบการณ์ได้ตามจริง อธิบายว่ารับผิดชอบอะไร ผลิตครั้งละประมาณเท่าใดโดยไม่ต้องแต่งตัวเลข และดูแลต้นทุนหรือการส่งมอบอย่างไร สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือใช้ภาพผลงานคนอื่นหรือระบุทักษะเกินจริง เพราะการทดสอบหน้างานจะเห็นได้ชัด

พอร์ตสมัครงาน Pastry และ Bakery ควรมีอะไรบ้าง

พอร์ตที่ดีควรสั้น ดูง่าย และแสดงทักษะที่ตรงกับตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องมีขนมจำนวนมาก แต่ควรเห็นความหลากหลาย ความเรียบร้อย และความสม่ำเสมอ พร้อมบอกให้ชัดว่าแต่ละชิ้นผู้สมัครทำส่วนใดด้วยตนเอง

เช็กลิสต์พอร์ตที่หัวหน้าครัวอ่านแล้วเข้าใจง่าย

  • หน้าแนะนำตัว ตำแหน่งที่ต้องการ และช่องทางติดต่อ
  • ภาพขนมปังหรือแป้งหมักที่เห็นรูปทรงและเนื้อด้านใน
  • ภาพเค้ก ทาร์ต มูส หรือช็อกโกแลตที่แสดงงาน Pastry
  • ภาพของหวานแบบจัดจานหรือไลน์บุฟเฟต์ ถ้ามีประสบการณ์จริง
  • คำอธิบายสั้นว่าทำคนเดียว ทำร่วมกับทีม หรือรับผิดชอบเฉพาะขั้นตอนใด
  • ข้อมูลฝึกงาน หลักสูตร ใบรับรอง และทักษะด้าน Food Safety
  • เมนูที่เคยแก้ปัญหา เช่น ปรับเวลาหมักหรือแก้อุณหภูมิอบ โดยไม่เปิดเผยสูตรของนายจ้างเดิม

ผู้สมัครตำแหน่ง Bakery ควรให้พื้นที่กับขนมปังมากกว่างานแต่งหน้าเค้ก ส่วนผู้สมัคร Pastry ควรแสดงความเข้าใจทั้งรสชาติ โครงสร้าง เนื้อสัมผัส และการตกแต่ง หากสมัครโรงแรมประชุมสัมมนา ควรมีงานที่ผลิตซ้ำได้เป็นจำนวนมาก หากสมัครบูทีคโฮเทลในเชียงใหม่หรือหัวหิน งานที่มีเอกลักษณ์และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเหมาะสมอาจช่วยให้พอร์ตน่าสนใจขึ้น อ่านแนวทางเรซูเม่และสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ใน คู่มือหางานโรงแรม

สัมภาษณ์และทดสอบงาน Pastry Chef ต้องเตรียมอะไร

การสัมภาษณ์มักวัดทั้งทักษะทำขนม วินัย และความเข้าใจระบบครัวโรงแรม ส่วนการทดสอบอาจให้ทำเมนูตามโจทย์หรือเตรียมผลิตภัณฑ์พื้นฐานภายในเวลาที่กำหนด ผู้สมัครควรเน้นความสะอาด ลำดับงาน และการสื่อสาร ไม่ใช่สนใจเพียงหน้าตาขนมตอนจบ

  1. อ่านประกาศงานและศึกษาประเภทโรงแรม ห้องอาหาร จำนวนจุดบริการ และกลุ่มลูกค้า
  2. ทบทวนสูตรมาตรฐานที่ตนทำได้จริง รวมถึงเหตุผลของอุณหภูมิ เวลา และลำดับการผสม
  3. เตรียมชุดครัว รองเท้า และอุปกรณ์ส่วนตัวตามที่โรงแรมแจ้ง โดยไม่ขนอุปกรณ์เกินความจำเป็น
  4. ระหว่างทดสอบ ให้ตรวจวัตถุดิบ วางแผนเวลา และรักษาพื้นที่ให้เป็นระเบียบ
  5. ชิมและตรวจงานก่อนส่ง พร้อมอธิบายสิ่งที่ทำและยอมรับจุดที่ควรปรับอย่างมืออาชีพ

คำถามที่พบได้จริง ได้แก่ ทำไมเลือกสาย Bakery หรือ Pastry เคยทำงานเร่งด่วนอย่างไร รับมือกับสูตรที่ผิดพลาดแบบไหน และทำงานกะเช้าได้หรือไม่ สำหรับตำแหน่งระดับหัวหน้าอาจถูกถามเรื่อง food cost, waste, inventory, menu planning และการบริหารคน อย่าตอบว่าทำได้ทุกอย่างหากยังไม่เคยทำ ควรบอกระดับทักษะตามจริง พร้อมยกตัวอย่างว่ากำลังฝึกหรือพร้อมเรียนรู้เรื่องใด

งานเบเกอรี่โรงแรมแต่ละพื้นที่ในไทยต่างกันอย่างไร

พื้นที่มีผลต่อประเภทลูกค้า ฤดูกาล ปริมาณงาน และสวัสดิการ โรงแรมเมืองมักมีลูกค้าธุรกิจ ห้องอาหาร และงานประชุมต่อเนื่อง ส่วนรีสอร์ตริมทะเลมีความผันผวนตาม High season, Low season เที่ยวบิน และตลาดนักท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด

กรุงเทพฯ แถบสุขุมวิทและสีลมมีทั้งโรงแรมธุรกิจ โรงแรมหรู และเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ งานอาจเน้นอาหารเช้า executive lounge, afternoon tea และ banquet ส่วนโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยามักมีงานแต่งและกิจกรรมขนาดใหญ่ พัทยามีทั้งกรุ๊ปทัวร์ งานประชุม และครอบครัว จึงต้องผลิตจำนวนมากพร้อมรักษามาตรฐาน

ภูเก็ตในป่าตองหรือกะรน รวมถึงสมุย กระบี่ และเขาหลัก มีรีสอร์ตที่ต้องรองรับแขกพักผ่อนหลายคืน เมนูจึงต้องหมุนเวียนและเหมาะกับอากาศร้อน ตำแหน่งงานบางแห่งมีที่พักเพราะสถานที่อยู่ไกล เชียงใหม่มีทั้งบูทีคโฮเทล โรงแรมประชุม และงานที่เชื่อมกับวัตถุดิบท้องถิ่น ส่วนหัวหินมีตลาดวันหยุด งานแต่ง และกลุ่มสัมมนา ผู้สมัครควรถามว่าทีมใหญ่แค่ไหน ผลิตให้กี่ outlet และช่วงฤดูกาลใดงานหนาแน่นที่สุด เพื่อประเมินว่ารูปแบบงานเหมาะกับตนหรือไม่

ทำงานเพสตรี้โรงแรมต้องประสานกับแผนกไหนบ้าง

ทีม Bakery and Pastry อยู่ใน Kitchen แต่ต้องทำงานร่วมกับ F&B, Purchasing, Steward, Receiving และ HR เป็นประจำ เมื่อมีงานเลี้ยงหรือคำขอพิเศษ ยังต้องรับข้อมูลจาก Sales, Front Office และบางครั้ง Housekeeping เพื่อให้ส่งมอบสินค้าได้ถูกสถานที่และเวลา

Front Office อาจแจ้งเค้กวันเกิดหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับแขกพิเศษ F&B Service แจ้งยอดจองและเวลาเติมบุฟเฟต์ Sales กับ Banquet ส่งรายละเอียดงานประชุม งานแต่ง และ coffee break ส่วน Purchasing และ Receiving ช่วยดูการสั่งซื้อ คุณภาพ และการรับวัตถุดิบ Steward ดูแลการล้างอุปกรณ์และความพร้อมของพื้นที่ HR เกี่ยวข้องกับกะงาน การฝึกอบรม และสวัสดิการ

Housekeeping อาจเกี่ยวข้องเมื่อส่งเค้กหรือ amenity ไปห้องพัก ขณะที่ Engineering ช่วยดูแลเตาอบ ตู้แช่ เครื่องตี และระบบอุณหภูมิ การสื่อสารที่ดีจึงต้องระบุจำนวน เวลา สถานที่ และผู้รับผิดชอบให้ครบ ไม่ใช้เพียงคำว่ารีบหรือด่วน หัวหน้าที่เติบโตได้ดีมักไม่เก่งเฉพาะการทำขนม แต่เข้าใจกระบวนการของทั้งโรงแรมและแจ้งปัญหาก่อนกระทบแขก

สายเบเกอรี่และเพสตรี้เติบโตเป็นหัวหน้าได้อย่างไร

การเติบโตสู่ Chef de Partie, Sous Chef หรือ Pastry Chef ต้องพัฒนาจากการทำตามสูตรไปสู่การควบคุมระบบ ผู้สมัครระดับหัวหน้าต้องวางแผนการผลิต บริหารคน คุมต้นทุน ลดของเสีย และรักษาคุณภาพได้แม้ยอดงานเปลี่ยนแปลง

ทักษะที่ต้องเพิ่มเมื่ออยากเลื่อนตำแหน่ง

เริ่มจากรับผิดชอบสถานีของตนให้ครบ ทั้งยอดผลิต ป้ายวันที่ การจัดเก็บ และการส่งต่องาน จากนั้นฝึกอ่าน function sheet คำนวณจำนวนผลิต ตรวจสต็อก และสอนพนักงานใหม่ ภาษาอังกฤษช่วยในการอ่านมาตรฐานแบรนด์ ติดต่อเชฟต่างชาติ และอธิบายสารก่อภูมิแพ้ แต่ไม่จำเป็นต้องพูดคล่องตั้งแต่วันแรก หากสื่อสารเรื่องงานพื้นฐานได้และพัฒนาต่อเนื่อง

หัวหน้าที่ดีต้องให้ feedback ชัดเจน ไม่แก้งานเงียบทุกครั้งจนทีมไม่เรียนรู้ รวมถึงรู้ว่าเมื่อใดควรปรับเมนูตามต้นทุนและเมื่อใดต้องรักษาสูตรเดิม ผู้ที่ต้องการย้ายจากโรงแรมอิสระไปโรงแรมเชนอาจเน้นมาตรฐาน เอกสาร และภาษา ส่วนผู้ที่ย้ายไปบูทีคโฮเทลอาจต้องสร้างเมนูและลงมือผลิตมากขึ้น ควรบันทึกผลงานที่วัดได้ตามจริง เช่น ลดของเสีย ปรับลำดับผลิต หรือฝึกทีมให้ทำเมนูได้สม่ำเสมอ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลลับของโรงแรมเดิม

สรุปและเริ่มสมัครงานเบเกอรี่โรงแรมอย่างไรต่อ

ผู้ที่อยากเข้าสายนี้ควรเลือกก่อนว่าจะเน้น Bakery หรือ Pastry แล้วฝึกพื้นฐานให้แน่น สร้างพอร์ตตามงานจริง และสมัครตำแหน่งระดับที่เหมาะกับประสบการณ์ ระหว่างเปรียบเทียบงานให้ดูทั้งหน้าที่ กะงาน เงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จ ที่พัก และโอกาสเรียนรู้

  1. ประเมินทักษะปัจจุบันและเลือกตำแหน่งเป้าหมาย เช่น Trainee, Bakery Commis หรือ Pastry Commis
  2. ฝึกเมนูหลักให้ทำซ้ำได้ พร้อมเรียน Food Safety และศัพท์อังกฤษในครัว
  3. จัดเรซูเม่และพอร์ตให้ตรงสาย โดยระบุหน้าที่ของตนในแต่ละผลงานอย่างซื่อสัตย์
  4. ค้นหาโรงแรมในพื้นที่ที่เดินทางหรือย้ายไปทำงานได้ แล้วเปรียบเทียบลักษณะโรงแรม
  5. สมัครงาน เตรียมสัมภาษณ์ และซ้อมทดสอบภายใต้เวลาจำกัด
  6. ก่อนรับข้อเสนอ ให้ขอรายละเอียดรายได้รวม กะ วันหยุด และสวัสดิการจาก HR เป็นลายลักษณ์อักษร

งาน Bakery and Pastry ในโรงแรมต้องใช้ความอดทนและความละเอียด แต่มีเส้นทางเติบโตชัดสำหรับคนที่รักษามาตรฐานและเรียนรู้ระบบครัวได้ เริ่มจากงานพื้นฐานให้มั่นคง รับผิดชอบทุกชิ้นที่ออกจากสถานี และค่อยเพิ่มทักษะด้านต้นทุน การวางแผน และการดูแลทีม วิธีนี้ช่วยให้เติบโตได้ทั้งในโรงแรมเมือง รีสอร์ตริมทะเล โรงแรมประชุมสัมมนา และบูทีคโฮเทลทั่วประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย

อยากเป็น Pastry Chef ต้องเรียนคณะอะไร

สามารถเรียนคหกรรม อาหารและโภชนาการ การโรงแรม ศิลปะการประกอบอาหาร หรือหลักสูตร Bakery and Pastry โดยตรงได้ ผู้ที่จบสาขาอื่นก็เปลี่ยนสายได้ด้วยคอร์สวิชาชีพและการฝึกทำจริง โรงแรมมักพิจารณาฝีมือ สุขอนามัย วินัย และประสบการณ์ควบคู่กับวุฒิการศึกษา

ไม่เคยทำงานโรงแรม สมัคร Bakery Commis ได้ไหม

สมัครได้หากประกาศเปิดรับผู้เริ่มต้นและผู้สมัครมีทักษะพื้นฐานที่ตรงงาน ควรเตรียมพอร์ตจากการเรียน การฝึกงาน งานร้านเบเกอรี่ หรือผลงานที่ทำเองตามจริง ความพร้อมทำงานตามกะและทัศนคติในการเรียนรู้มีผลต่อการพิจารณาด้วย

Bakery Chef กับ Pastry Chef ต่างกันอย่างไร

Bakery Chef เน้นขนมปัง แป้งยีสต์ การหมัก การขึ้นรูป และการอบ ส่วน Pastry Chef เน้นเค้ก ครีม มูส ช็อกโกแลต ของหวาน และการตกแต่ง โรงแรมขนาดเล็กอาจรวมทั้งสองงานไว้ในทีมเดียว ขณะที่โรงแรมใหญ่สามารถแยกสถานีและหัวหน้างานอย่างชัดเจน

งานเบเกอรี่โรงแรมต้องเข้ากะเช้าหรือไม่

หลายตำแหน่งต้องเข้ากะเช้าเพื่อผลิตขนมปังให้ทันบริการอาหารเช้า แต่บางโรงแรมมีกะบ่ายหรือกะที่จัดตามงานเลี้ยงและห้องอาหาร เวลารายงานตัวขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละโรงแรม ผู้สมัครควรถามเรื่องการหมุนกะ การเดินทาง และรถรับส่งก่อนรับงาน

เงินเดือน Pastry Chef โรงแรมเท่าไร

เงินเดือนแตกต่างตามตำแหน่ง ประสบการณ์ ฝีมือ ภาษา ขนาดโรงแรม และพื้นที่ จึงควรตรวจข้อเสนอของโรงแรมที่กำลังสมัครโดยตรง นอกจากเงินเดือนฐาน ควรถามเรื่องเซอร์วิสชาร์จ ค่ากะ อาหาร ที่พัก รถรับส่ง และสวัสดิการอื่นเพื่อเปรียบเทียบรายได้รวม

สมัครงาน Pastry โรงแรมต้องมีพอร์ตไหม

ไม่ใช่ทุกโรงแรมที่กำหนดว่าต้องมีพอร์ต แต่พอร์ตช่วยให้หัวหน้าครัวเห็นระดับฝีมือได้เร็วขึ้น ควรใช้ภาพผลงานของตนเองและบอกว่ารับผิดชอบขั้นตอนใด พอร์ตที่สั้น เป็นระเบียบ และตรงกับตำแหน่งมีประโยชน์กว่าการใส่ภาพจำนวนมากโดยไม่มีคำอธิบาย

งานเพสตรี้โรงแรมมีโอกาสเติบโตถึงตำแหน่งใด

เส้นทางทั่วไปเริ่มจาก Trainee หรือ Commis แล้วเติบโตเป็น Demi Chef de Partie, Chef de Partie, Sous Chef และ Pastry Chef ชื่อตำแหน่งจริงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของโรงแรม การเลื่อนระดับพิจารณาทั้งฝีมือ ความรับผิดชอบ การคุมต้นทุน การวางแผนผลิต และความสามารถในการดูแลทีม

ทำงานเบเกอรี่โรงแรมต่างจังหวัดมีที่พักให้หรือไม่

รีสอร์ตบางแห่งในภูเก็ต สมุย กระบี่ เขาหลัก หรือพื้นที่ห่างชุมชนอาจมีที่พักพนักงานหรือรถรับส่ง แต่ไม่ใช่ทุกโรงแรมที่จัดให้ เงื่อนไขอาจต่างกันตามระดับตำแหน่งและนโยบายของนายจ้าง ควรถามค่าใช้จ่าย กฎของที่พัก ระยะทาง และรอบรถให้ชัดก่อนตอบรับงาน

สร้าง Resume สมัครงานโรงแรม ฟรี กรอกครั้งเดียว ส่งให้โรงแรมได้หลายที่ มี AI ช่วยขัดเกลาให้ดูเป็นมืออาชีพ
เริ่มสร้าง Resume

งานครัวที่เปิดรับตอนนี้

อัปเดตทุกวันจากเครือโรงแรมทั่วไทย

ใหม่
💰 15,001 - 20,000 บาท Kitchen / Culinary Bangkok full-time
ใหม่
💰 10,001 - 15,000 บาท Kitchen / Culinary Bangkok full-time
ใหม่
💰 15,001 - 20,000 บาท Kitchen / Culinary Bangkok full-time

ดูงานครัวทั้งหมด →

อ่านต่อ

อาชีพบาร์เทนเดอร์โรงแรม เริ่มต้นและเติบโตอย่างไร

อาชีพบาร์เทนเดอร์โรงแรม เริ่มต้นและเติบโตอย่างไร

อาชีพบาร์เทนเดอร์โรงแรมเริ่มได้จากการเรียนรู้เครื่องดื่ม งานบริการ และภาษาอังกฤษ แล้วสมัครตำแหน่ง Bar Trainee, Bar Attendant หรือ Bartender ตามประสบการณ์ เส้นทางเติบโตไปสู่ Senior Bartender, Bar Supervisor, Bar Manager และผู้บริหารแผนก F&B ได้ โดยรายได้รวมขึ้นอยู่กับโรงแรม พื้นที่ เซอร์วิสชาร์จ และกะงาน

อ่านต่อ →
งาน Recreation และ Kids Club ในรีสอร์ต เหมาะกับใคร

งาน Recreation และ Kids Club ในรีสอร์ต เหมาะกับใคร

งาน Recreation และ Kids Club ในรีสอร์ตเหมาะกับคนที่ชอบกิจกรรม รักการบริการ สื่อสารกับแขกต่างวัยได้ดี และพร้อมทำงานเป็นกะในบรรยากาศที่เปลี่ยนตลอดวัน ผู้สมัครควรมีความรับผิดชอบสูง ใส่ใจความปลอดภัย และใช้ภาษาอังกฤษในงานได้ โดยวุฒิหรือประสบการณ์เฉพาะทางขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งและมาตรฐานของแต่ละโรงแรม

อ่านต่อ →
งาน IT โรงแรม ดูแลอะไรบ้าง ทำไมทุกโรงแรมต้องมี

งาน IT โรงแรม ดูแลอะไรบ้าง ทำไมทุกโรงแรมต้องมี

งาน IT โรงแรมดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โปรแกรมบริหารโรงแรม ระบบขายหน้าร้าน กล้องวงจรปิด โทรศัพท์ และความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้ทุกแผนกบริการแขกได้ต่อเนื่อง โรงแรมจำเป็นต้องมีคนรับผิดชอบด้าน IT เพราะเมื่อระบบสำคัญขัดข้อง การเช็กอิน การรับชำระเงิน การขายห้องพัก และการประสานงานภายในอาจหยุดชะงักทันที

อ่านต่อ →
Advertised · HotelXcademy.com

E-Book สำหรับคนโรงแรม

พัฒนาทักษะ เตรียมพร้อมก่อนสมัครงาน

ทักแชท